THAI Announces Third Quarter Results 2018 การบินไทยประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2561

Thai Airways International Public Company Limited (THAI) and its subsidiaries announced its operating results for the third quarter 2018 that had a total revenue of THB 47,953 million, a 2.2% increase from the same quarter last year, and an operating loss of THB 3,686 million partially due to the natural disaster in Japan and decrease in Chinese tourists.  The world oil price rose more than 40%, which caused the operating cost to increase.

 

Mr. Sumeth Damrongchaitham, THAI President, said that in the third quarter, the Company accomplished the following:

  • Decommissioned 2 Boeing 737-400 and as a result a total of 103 active aircraft remained in the fleet of THAI and its subsidiaries (as of 30 September 2018), which is 4 more aircraft than the same period last year.
  • Aircraft utilization was 12.1 hours, equivalent to the same period last year.
  • Production traffic (ASK) increased by 2.0%, while passenger traffic (RPK) increased by 1.0%
  • Average cabin factor was 77.5%, lower than 78.2% last year.
  • A total of 6 million passengers were carried, which was nearly the same as the same period last year.

 

THAI and its subsidiaries had a total revenue of THB 47,953 million and total revenue increased by THB 1,025 million or 2.2%, due to the following reasons:

  • Increase in passenger and excess baggage revenue at THB 304 million or 0.8% from an increase in passenger traffic.
  • Freight and mail revenue increased by THB 561 million or 10.9%
  • The Company’s other revenue also increased by THB 360 million or 12.3%

 

Normally, the third quarter of each year is low season. Competition in the aviation industry continues to remain intense with rising world oil prices that caused a reduction in travel demand while operating cost increased.  In September 2018, THAI was also affected by the result of natural disasters that included Typhoon Jebi that hit Japan and resulted in temporary closure of Kansai International Airport due to damaged and flooded runways. The earthquake in Hokkaido and Typhoon Mangkhut struck Hong Kong and forced THAI to cancel flights to several destinations. 

In addition, there was a decrease in number of Chinese tourists.  During the third quarter, total expenses from last year increased by THB 5,259 million or 11.3% due to an increase in fuel expenses of THB 3,499 million or 29.4% from rising fuel cost that increased by 41.0%.  Non-fuel operating expenses increased by 1,862 million or 5.5% from last year, mainly due to the rise in maintenance and overhaul expenses as well as the increase in aircraft and spare part leases.  During this quarter, THAI had a one-time expense that consisted of impairment loss of assets and aircraft at THB 371 million, gains on foreign currency exchange at THB 299 million from balance sheet revaluation.  Consequently, THAI and its subsidiaries reported the net loss of THB 3,686 that was THB 1,872 million more than last year.  Loss attributable to owners of the parent amounted to THB 3,701 million or a loss per share of THB 1.70 per share, which is THB 0.86 more loss than last year.

 

As of 30 September 2018, total assets totaled THB 277,607 million, a decrease of THB 3,168 million or 1.1% from 31 December 2017.  Total liabilities were THB 249,219 million, which increased by THB 457 million or 0.2% from 31 December 2017.  In addition, shareholders’ equity totaled THB 28,388 million, a decrease of THB 3,625 million or 11.3% from 31 December 2017 due to the operating loss of THAI and its subsidiaries in the first nine months of this year.

 

The Company remains committed to proceeding with its organizational transformation plan, to increase revenue and other revenue, with ongoing cost control measures.

 

                 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2561 บริษัทฯ และบริษัทย่อย   มีรายได้รวม จำนวน 47,953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 3,686 ล้านบาท สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่ญี่ปุ่น และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง นอกจากนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 40% ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น

 

                  นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 3 นี้ บริษัทฯ ได้มีความก้าวหน้าของการดำเนินงาน ดังนี้

-ได้ปลดประจำการเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-400 จำนวน 2 ลำ ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีจำนวนเครื่องบินที่ใช้ในการดำเนินงาน (ณ วันที่ 30 กันยายน 2561) จำนวน 103 ลำ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 4 ลำ
– มีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน (Aircraft Utilization) เท่ากับ 12.1 ชั่วโมง เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน
– มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 2.0% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 1.0%
– มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 77.5% ต่ำกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 78.2%
– มีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 6.0 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีก่อน

                 ในขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการดำเนินงานรวมจำนวน 47,953 ล้านบาท มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1,025 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.2% โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

– รายได้จากค่าโดยสาร และน้ำหนักส่วนเกิน เพิ่มขึ้น 304 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.8% จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
– รายได้จากค่าระวางขนส่ง และไปรษณียภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 561 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.9%
 -รายได้จากการให้บริการอื่นๆ เพิ่มขึ้น 360 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.3% 

 

                 อย่างไรก็ตาม ปกติในไตรมาสที่ 3 เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว อีกทั้งการแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินยังคงรุนแรง ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่สูงกว่าช่วงครึ่งปีแรก ส่งผลให้ความต้องการเดินทางลดลงและต้นทุนเพิ่มขึ้น

อีกทั้งผลกระทบจากเหตุการณ์ภัยธรรมชาติในช่วงเดือนกันยายน 2561 ได้แก่ พายุไต้ฝุ่นเซบี พัดเข้าฝั่งประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้ท่าอากาศยานคันไซได้รับความเสียหาย รันเวย์เกิดน้ำท่วมขัง และประกาศปิดการให้บริการเป็นการชั่วคราว แผ่นดินไหวบนเกาะฮอกไกโด และพายุไต้ฝุ่นมังคุดพัดเข้าฝั่งประเทศฮ่องกง ทำให้บริษัทฯ ต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนหนึ่ง ประกอบกับการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน อีกทั้งในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยมีค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 5,259 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.3% ค่าน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 3,499 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 29.4% จากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นถึง 41.0% และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ไม่รวมค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 1,862 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5.5% สาเหตุหลักเกิดจากค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน จำนวน 371 ล้านบาท แต่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 299 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตีมูลค่าทางบัญชี
ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ 3,686 ล้านบาท ขาดทุนมากกว่าปีก่อน 1,872 ล้านบาท โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 3,701 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 1.70 บาท ขาดทุนมากกว่าปีก่อน 0.86 บาท

  

                ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 277,607 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 3,168 ล้านบาท (1.1%) หนี้สินรวมมีจำนวน 249,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 457 ล้านบาท (0.2%) และส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 28,388 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 3,625 ล้านบาท (11.3%) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย
ในช่วงเก้าเดือนแรกของปีนี้ 
  

                 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงดำเนินการตามแผนฟื้นฟูองค์กร โดยยังคงมุ่งเน้นการสร้างรายได้เพิ่ม และรายได้เสริม รวมทั้งยังมีมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง