THAI Announces its Results for the Second Quarter of 2018 การบินไทยประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2561

THAI and its subsidiaries announces its operating result for the second quarter of 2018 with registered total revenue of THB 47,239 million, an increase by 4.6% from the same quarter of previous year.  However, the Group reported the net loss of THB 3,086 million, 40.7% less loss compare to the same period of previous year due to the rising world oil price more than 30% and the intense competition. The operating result for the first half of 2018 reported the operating profit of THB 1,028 million, 41.8% higher than previous year but reported the net loss of THB 349 million, 82.9% less loss compare to previous year.

 

Mrs. Usanee Sangsingkeo, THAI Acting President, stated that THAI followed the guideline of  2018 transformation plan with the objective to ensure continuous and sustainable operating results and to increase the efficiency and to improve quality of service to be comparable to global standards.  The results from the accomplishment of services development brought THAI and THAI Smile to receive multiple prestigious world best awards for the successive year. In this quarter, THAI added 1 Airbus A350-900 aircraft to its fleet, which mainly operates in Intercontinental and Regional routes resulting in THAI and its subsidiaries to have a total of 105 active aircrafts as of June 30, 2018. Production traffic (ASK) increased by 5.3% while passenger traffic (RPK) increased by 1.6%.  Average cabin factor was 75.8% which is lower compare to 78.5% in the previous year whereby 5.90 million passengers were carried.

              

The second quarter of 2018 which was normally a low-season period, competition in the aviation industry was still intense along with the rising world oil prices. The performance for the second quarter of 2018 of THAI and its subsidiaries had operating loss of THB 2,807 million, loss higher than previous year of THB 965 million or 52.4%.  Total revenue was THB 47,239 million, an increase of THB 2,057 million or 4.6% from the same quarter of previous year due to an increase in passenger and excess baggage revenue: THB 244 million (0.7%) and from increase in passenger traffic at 1.6%, despite a drop of 0.9% in average passenger yield. Freight and mail revenues increased by THB 665 million (13.9%). Other revenues also increased by THB 1,280 million because THAI recognized gain from sale of shares in Royal Orchid Hotel (Thailand) PCL amounted to THB 655 million and gain from sale of both domestic and international properties totaled at approximately THB 632 million.  Total expenses amounted to THB 50,046 million, an increase of THB 3,022 million (6.4%) due to an increase in fuel expenses of THB 1,873 million (15.3%) resulting from an increase of 36.5% in average jet fuel price. Non-fuel operating expense increased by THB 1,158 million (3.4%) from previous year mainly from an increase in maintenance and overhaul expense as well as an increase in lease of aircraft and spare parts.

 

This quarter THAI and its subsidiaries had one-time expenses consisted of impairment loss of assets and aircraft, amount of THB 257 million and the loss on foreign currency exchange was THB 431 million mainly from balance sheet revaluation which the loss went down THB 2,000 million from previous year. Consequently, THAI and its subsidiaries reported the net loss of THB 3,086 million, which was less loss by THB 2,122 million (40.7%) compare to previous year.  Loss attributable to owners of the parent amounted to THB 3,098 million.  Loss per share was THB 1.42 per share, THB 0.97 (40.6%) less loss than previous year.

 

As of June 30, 2018, total assets of THAI and its subsidiaries were THB 281,956 million, an increase of THB 1,181 million (0.4%) from December 31, 2017. Total liabilities as of June 30, 2018 were THB 250,635 million increased by THB 1,873 million (0.8%) from December 31, 2017. As of June 30, 2018, shareholders’ equity totaled THB 31,321 million, a decrease of THB 692 million (2.2%) from December 31, 2017 partly due to the loss from the operations from THAI and its subsidiaries during the first half of 2018.

            กลุ่มบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2561 มีรายได้รวมจำนวน 47,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 30% ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้กลุ่มบริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 3,086 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากปีก่อน 40.7%  โดยผลประกอบการครึ่งปีแรกยังคงมีกำไรจากการดำเนินธุรกิจการบิน (Operating profit) จำนวน 1,028 ล้านบาท ดีขึ้นจากปีก่อน 41.8% และมีขาดทุนสุทธิ 349 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากปีก่อน 82.9%

            นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูธุรกิจปี 2561 ต่อเนื่องมาจากไตรมาสก่อนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผลการดำเนินงานมีกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ การให้บริการที่เทียบเคียงมาตรฐานชั้นนำ  โดยผลสำเร็จของการดำเนินการปรับปรุงการบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ การบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ ได้รับรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมของโลกหลายรางวัลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ ได้รับมอบเครื่องบินใหม่แบบแอร์บัส A350-900 เพิ่มอีก 1 ลำ สำหรับให้บริการในเส้นทางข้ามทวีปและเส้นทางภูมิภาค ทำให้มีจำนวนเครื่องบินที่ใช้ในการดำเนินงาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 จำนวน 105 ลำ มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 5.3% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 1.6% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 75.8% ต่ำกว่าปีก่อนซึ่งเฉลี่ยที่ 78.5% และมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 5.90 ล้านคน ใกล้เคียงกับปีก่อน

            ในไตรมาส 2 ซึ่งปกติเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินยังคงรุนแรง ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีขาดทุนจากการดำเนินงาน (Operating Loss)  2,807  ล้านบาท ขาดทุนสูงกว่าปีก่อน 965 ล้านบาท (52.4%)  โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 47,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 2,057 ล้านบาท หรือ 4.6% สาเหตุสำคัญเนื่องจากรายได้จากค่าโดยสารและน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้น 244 ล้านบาท (0.7%) จากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 1.6% แต่รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยลดลง 0.9% รายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์เพิ่มขึ้น 665 ล้านบาท (13.9%) และรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 1,280 ล้านบาท เกิดจากกำไรจากการขายหุ้นในบริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 655 ล้านบาท และกำไรจากการขายอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ รวมประมาณ 632 ล้านบาท  สำหรับค่าใช้จ่ายรวม 50,046  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,022 ล้านบาท (6.4%) เนื่องจากค่าน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 1,873 ล้านบาท (15.3%) จากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นถึง 36.5% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไม่รวมค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 1,158 ล้านบาท (3.4%)  สาเหตุหลักเกิดจากค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และค่าเช่าเครื่องบินและอะไหล่เพิ่มขึ้น


บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบินจำนวน 257 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 431 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการตีมูลค่าทางบัญชี ซึ่งขาดทุนลดลงจากปีก่อน 2,000 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิ  3,086 ล้านบาท ขาดทุนต่ำกว่าปีก่อน 2,122 ล้านบาท (40.7%) โดยเป็นขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่  3,098 ล้านบาท  คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 1.42 บาท ขาดทุนต่ำกว่าปีก่อน 0.97 บาท (40.6%)

            ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 281,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 1,181 ล้านบาท (0.4%) หนี้สินรวม มีจำนวน 250,635 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560  จำนวน  1,873 ล้านบาท (0.8%) และส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 31,321 ล้านบาท  ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 692 ล้านบาท (2.2%) ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้