By WOW Thailand Editorial Team

A watch is made to tell the time so we naturally expect it to keep time well. However, the optimal performance of a watch can be affected by various elements, some of which are not visible to the naked eye. Thus, in order to maintain perfect time, a deeper understanding of the nature of these mechanical creations is required.

Quite often, exposure to a magnetic field is blamed when a watch gains time suddenly, and in a significant fashion. Many say that when the hairspring is magnetised, the swinging motion of the balance wheel becomes more restricted, the proper amplitude is not reached, the beats become shorter and the watch becomes faster. But honestly, the concept surrounding magnetisation is rather intangible and elusive.

In order to gain some clarifications, we ask Pendulum’s Service Centre Operations Manager to share a few words of advice. Phu-anan Chanyuenyong explains, “Hairsprings these days are made of updated materials. The chance of the hairspring being magnetised is smaller, but not entirely impossible. Magnetisation today is a problem that affects overall watch parts, not only the hairspring. It can be the steel pinion of a brass wheel, for example, as certain parts must still be produced from rustable steel.”

He says almost all magnetised watches would gain time, partly due to the restricted oscillation of the balance wheel that swings left and right. “Normally, the amplitude would be a little above 300 degrees. But if magnetisation becomes a problem, this amplitude may drop to 240 or even 220 degrees. This means it takes shorter time for the balance wheel to complete an oscillation. The watch would gain time as a result.”

Phu-anan goes into more detail by revealing that the metal used to produce watch parts has magnetic poles “N” and “S” distributed randomly in no structured fashion. Over time, when this metal receives shocks again and again, these “N” and “S” poles would become more aligned to the extent where they can be attracted by the earth’s magnetic field. He says that it is the same as a magnetic screwdriver, which may perform better over time after it is knocked about again and again.

“Watches babied and abused show a clear difference in magnetisation levels. The ones exposed to more shocks or impacts are more magnetised. This is completely natural for mechanical items with metallic parts. It doesn’t matter which watch brand we are talking about.”

Electronic devices in our lives are potential sources of magnetic fields; it seems that the quality of mobile phones, medical equipment and high fidelity speakers are proportionate with their magnetic strength! And when all is said, even the small magnetic closure tabs on handbags and tablet covers can affect the functioning of a watch, should they come in direct contact with each other.

A simple test at home to can determine if your watch is magnetised. Place a regular sized compass on the table and wait until the hand settles. Bring your watch close to the compass and see if the compass hand trembles or turns toward your watch. The stronger the effect, the more magnetised your watch is at that moment of experimentation.

Do not be alarmed if the above test produces worrying results. Your watchmaker can rectify the situation in just a matter of seconds with a purpose-built demagnetiser that works to re-disperse the magnetic poles in the metal. When asked if it is true that some watches need to be overhauled because demagnetisation is not enough to resolve the issue, Phu-anan says, “That is not true. If a watch still gains time after demagnetisation, you have to investigate other causes. There can well be another underlying issue at hand.”

It is interesting to note that the demagnetiser will not work with quartz watches. “We cannot use a demagnetiser in that case as it will affect the functioning of integrated circuits on a quartz movement. More importantly, certain components of quartz movements are magnetic by nature. A magnetised quartz watch cannot be repaired, unless it is one of the more high-end examples where re-programming of the circuitry may be possible.”

The difference between a watch’s accuracy from before exposure to the magnet (white sheet) to after exposure (screen).

A demagnetizer is used to remove magnetic influences inside a watch.

นาฬิกากับแม่เหล็กเป็นของ (ไม่ควร) คู่กัน แต่เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น และถ้านาฬิกาถูกแม่เหล็กขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

การเป็นเจ้าของนาฬิกาสักเรือนจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะนอกจากจะต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาครอบครองแล้วเรายังต้องเข้าใจในธรรมชาติของตัวนาฬิกาอีกด้วย เรามีนาฬิกาไว้เป็นเครื่องบอกเวลา ดังนั้นความคาดหมายอันดับต้นๆ ของเราก็คือว่านาฬิกานั้นจะต้องเดินตรง ตรงในที่นี้คือตรงเท่าที่สภาพนาฬิกาจะอำนวย หากเป็นนาฬิกาจักรกลก็มีช่วงความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้เท่านี้ หรือหากเป็นนาฬิกาควอตซ์ก็จะต้องเที่ยงตรงกว่านั้นอีกมากๆ เป็นต้น

แต่ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นในที่สุดเมื่อนาฬิกาเดินผิดเพี้ยนอย่างเห็นได้ชัด เช่น ตั้งเวลาตรงดีพร้อมทุกอย่าง ใส่ไปสัปดาห์หนึ่ง เมื่อมามองเทียบกับโทรศัพท์มือถือหรือหน้าจอคอมแล้วพบว่านาฬิกาบนข้อมือเร็วกว่าไปตั้งห้านาทีแล้ว ลักษณะเช่นนี้ย่อมบ่งบอกถึงการทำงานที่ไม่สมบูรณ์ของนาฬิกา และแม่เหล็กก็มักเป็นปัจจัยแรกๆ ที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นตัวการแห่งปัญหานั้นใช่หรือไม่

แล้วแม่เหล็กไปทำอะไรกับนาฬิกาจึงเกิดปัญหาเช่นนั้นได้ ปัญหาใช่อยู่กับแฮร์สปริงที่ดูดติดกันหรือบาลานซ์วีลแกว่งได้ไม่เต็มรอบอย่างที่ใครเขาพูดกันหรือไม่ ในเรื่องนี้คุณภูอนันต์ จันทร์ยืนยง ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการศูนย์บริการ Pendulum ช่วยให้ความกระจ่างกับเราว่า “แฮร์สปริงสมัยนี้ผลิตจากวัสดุที่ปรับปรุงใหม่แล้ว โอกาสที่ว่าจะเกิดปัญหาแม่เหล็กก็น้อยลงแต่ไม่ใช่ไม่มีเลย ดังนั้นปัญหาแม่เหล็กในปัจจุบันนี้ก็อยู่ทั่วไปในเครื่องนาฬิกา ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นแฮร์สปริง เช่น อาจจะเป็นแกนเหล็กของวีลที่ผลิตจากทองเหลืองก็ได้ เพราะแม้ว่าเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการใช้โลหะซึ่งเป็นแม่เหล็กก็จริงแต่ชิ้นส่วนบางชิ้นก็ยังต้องเป็นเหล็กแบบที่เป็นสนิมได้อยู่ดี”

ในเรื่องของอาการนั้นนายช่างใหญ่อธิบายต่อว่า “นาฬิกาที่โดนแม่เหล็กเกือบ 100% จะเดินเร็วขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าบาลานซ์วีลซึ่งเป็นกลไกที่เหวี่ยงไปกลับซ้ายและขวาที่โดยปกติวัดค่าแอมปลิจูดได้ประมาณ 300 เศษๆ นั้นหมุนได้ไม่เต็มองศาเนื่องจากเกิดสนามแม่เหล็ก อาจเหลือแอมปลิจูดแค่ 240 หรือ 220 องศาก็เป็นได้ เมื่อวิ่งได้น้อยองศาเช่นนี้ก็จะกินเวลาในการเหวี่ยงแต่ละรอบน้อยลง นี่คือสาเหตุที่นาฬิกาเดินเร็วขึ้น เพราะว่าบาลานซ์วีลเหวี่ยงไปได้ไม่ไกลเท่าที่ควร”

คุณภูอนันต์ลงลึกในรายละเอียดว่าในเนื้อโลหะที่ใช้ผลิตชิ้นส่วนนาฬิกานั้นมีโดเมนที่เป็นขั้ว N และขั้ว S กระจายกันอยู่โดยหันไปในทิศต่างๆ อย่างไม่เป็นระเบียบ เมื่อเวลาผ่านไป โลหะนี้ถูกกระแทกและกระเทือนไปเรื่อยๆ จนขั้ว N และ S นี้เริ่มเรียงตัวกันเรียบร้อยขึ้นถึงจุดที่ขั้วแม่เหล็กของโลกซึ่งปกติต่ำมากๆ ก็ยังสามารถไปจับที่วัตถุนั้นได้ง่ายขึ้นจนกลายเป็นแม่เหล็กไปโดยปริยาย ไม่ต่างจากไขควงแม่เหล็กแบบที่ดูดสกรูว์ได้ซึ่งเมื่อซื้อมาใหม่ๆ อาจจะยังดูดไม่ค่อยติด แต่พอใช้ไปเรื่อยๆ และเกิดการกระแทกไปมาก็อาจจะดูดได้ดีขึ้น

“ถ้าสังเกตดูนาฬิกาที่ลูกค้าใช้เรียบร้อยเทียบกับที่ใช้ลุยมา หากเทียบกันจะเห็นได้ว่ามีระดับแม่เหล็กต่างกัน เรือนที่กระเทือนหรือกระแทกมามากๆ จะเป็นแม่เหล็กมากกว่า ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องปกติของกลไกที่มีชิ้นส่วนเป็นโลหะ ไม่จำกัดว่านาฬิกาแบรนด์อะไร”

นอกจากปัจจัยภายในแล้วก็ย่อมต้องมีปัจจัยภายนอก เทคโนโลยีในปัจจุบันนี้มีสนามแม่เหล็กมากมาย ทั้งโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์การแพทย์หรือลำโพงซึ่งยิ่งแพงยิ่งดีก็ยิ่งมีแม่เหล็กแรง! แม้แต่ตัวแม่เหล็กที่ทำหน้าที่ปิดกระเป๋าถือหรือปิดฝาครอบแท็บเบลตก็ยังส่งผลต่อนาฬิกาได้ด้วยเช่นกันหากไปสัมผัสโดยตรง ดังนั้นเราจึงต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควรในการใช้นาฬิกาให้ปลอดภัยจากอิทธิพลของสนามแม่เหล็กในชีวิตประจำวันเช่นนี้

ท่านผู้อ่านสามารถทดสอบเองที่บ้านได้ว่านาฬิกาของตนนั้นเป็นแม่เหล็กขึ้นมาแล้วหรือไม่โดยการเอาเข็มทิศขนาดปกติที่ไม่เล็กเกินไปมาวางไว้บนโต๊ะ รอให้เข็มชี้หยุดนิ่งแล้วเอานาฬิกาถือเข้าไปจ่อใกล้ๆ หากเข็มของเข็มทิศสั่นหรือถึงขั้นหมุนเข้าหานาฬิกาก็แปลว่านาฬิกาเรือนนี้มีความเป็นแม่เหล็กอยู่ไม่มากก็น้อยตามความรุนแรงของพฤติกรรมของเข็มที่ปรากฏให้เห็นนั้นเอง

แต่หากโดนแม่เหล็กเข้าให้แล้วก็อย่าเพิ่งตกใจ วิธีการสลายแม่เหล็กนั้นช่างสามารถทำได้โดยง่ายและใช้เวลาเพียงครู่เดียว เพียงเอานาฬิกาขึ้นเครื่องดีแม็กนีไทเซอร์แล้วกดปุ่มให้เครื่องทำงาน ระบบไฟฟ้าในตัวเครื่องก็จะไปทำให้โดเมนของแม่เหล็กกระจายใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความเป็นแม่เหล็ก ส่วนที่บางท่านพูดกันว่าสลายแม่เหล็กด้วยเครื่องดีแม็กนีไทเซอร์แล้วก็ยังไม่หายเดินเร็วจนต้องล้างเครื่องนั้น คุณภูอนันต์ตอบว่า “ไม่มีครับ ถ้าสมมุติว่าสลายแม่เหล็กแล้วนาฬิกายังเดินเร็วอยู่ก็ต้องดูที่สาเหตุอื่นต่อแล้วว่าเดินเร็วเพราะอะไร อาจมีสาเหตุอื่นประกอบด้วยก็ได้แล้ว” ซึ่งก็จะเป็นเหตุให้ต้องมีการซ่อมแซมในขั้นตอนที่ถึงเนื้อถึงตัวเครื่องมากยิ่งขึ้นไปนั่นเอง

อนึ่ง วิธีการสลายแม่เหล็กด้วยเครื่องดีแม็กนีไทเซอร์ข้างต้นนี้ไม่สามารถใช้กับนาฬิกาควอตซ์ได้ “เราไม่สามารถใช้เครื่องดีแม็กนีไทเซอร์สลายแม่เหล็กได้หากเป็นนาฬิกาควอตซ์เพราะจะไปกระทบกับตัวไอซีของเครื่องนาฬิกาควอตซ์ และที่สำคัญคือในเครื่องควอตซ์นั้นมีกลไกบางตัวที่ต้องการแม่เหล็กในการทำงานอยู่แล้วด้วย ถ้านาฬิกาควอตซ์โดนแม่เหล็กจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ยกเว้นนาฬิกาควอตซ์ระดับไฮเอ็นด์ที่อาจรีโปรแกรมใหม่ได้”