On His Majesty King Bhumibol Adulyadej’s Royal Rainmaking Project

A country will only be able to survive when its citizens can earn a living. Although Thailand has long been an agricultural nation, one issue that often plagued its people was the shortage of water for cultivation and consumption. When His Majesty King Bhumibol Adulyadej traveled to the fifteen Northeastern provinces of Thailand in the year 1955, he became aware of the suffering that his people, and especially farmers, faced due to lack of rain. Yet, His Majesty noted that when he looked to the sky, there was no shortage of clouds.

When His Majesty returned to Bangkok, He called for an audience with M.R. Thepparit Devakul, a well respected engineer and inventor. The King spoke about his ideas to modify the weather and make it rain, this was the start of the ‘Royal Rainmaking Project’.

“The first principle is based on scattering a material that absorbs moisture (sea salt) from an aircraft to remove humidity from the air. Then another cold material (dry ice) should be released to help condense the moisture into clouds.” From this original theory, His Majesty King Bhumibol Adulyadej committed an additional fourteen years to perfecting the concept whilst conferring with M.R. Thepparit Devakul who specialised in Agricultural engineering and research for the Ministry of Agriculture.

In the Year 1969 the first trial for artificial rain was conducted at Khao Yai National Park. Dry ice cubes measuring approximately one cubic inch were dropped into clouds which were no higher than 10,000 feet above the ground. The clouds were scattered over the test site, but in the moment the ice was dropped, the clouds became dense. It appeared from the ground that a large rain cloud had formed. Later, villagers verbally confirmed rainfall in the area of the test site.

In 1999, His Majesty King Bhumibol Adulyadej created a “Rainmaking Chart” from his own computer to illustrate the process of cloud seeding to create artificial rain. The chart also included how to seed warm, super-cool and mixtures of warm and cool clouds. In addition to being the nectar that nourishes the populace of the country of Thailand, the artificial rain project went on to benefit many other countries that experienced a shortage of water. Notably, His Majesty King Bhumibol Adulyadej’s rainmaking project was used to aid the countries of Jordan, Tanzania, Australia and Oman.

In the year 2000, the Council of Ministers of Thailand honoured His Majesty King Bhumibol Adulyadej as “The Father of Technology” for his efforts in creating the ‘Royal Rainmaking Project’.

ประเทศจะสามารถดำรงอยู่ได้เมื่อประชาชนสามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ แต่แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศเกษตรกรรมมาช้านาน ปัญหาหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งคือปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะปลูกและการบริโภค เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร 15 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อปีพ.ศ. 2498 ทรงได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎรและเกษตรกรที่ประสบปัญหาดังกล่าว ทั้งที่เมื่อทรงทอดพระเนตรไปยังท้องฟ้า กลับมีเมฆเป็นจำนวนมาก

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงกรุงเทพมหานคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล วิศวกรและนักประดิษฐ์ควายเหล็กที่มีชื่อเสียงเข้าเฝ้าฯ แล้วพระราชทานแนวความคิดเกี่ยวกับการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน ด้วยเหตุนี้ “โครงการพระราชดำริฝนหลวง” เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์

“หลักการแรก คือ ให้โปรยสารดูดซับความชื้น (เกลือทะเล) จากเครื่องบิน เพื่อดูดซับความชื้นในอากาศ และใช้สารเย็นจัด (น้ำแข็งแห้ง)  เพื่อให้ความชื้นกลั่นตัวและรวมตัวเป็นเมฆ”…. จากทฤษฎีต้นกำเนิดนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชยังทรงใช้เวลาในการค้นคว้าวิจัยเพิ่มเติมอยู่นานถึง 14 ปีจนทรงมั่นพระทัย จึงพระราชทานแนวคิดนี้แก่ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญในการวิจัยประดิษฐ์ทางด้านเกษตรวิศวกรรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น  

ปีพ.ศ. 2512 ได้มีการทดลองปฏิบัติงานจริงในท้องฟ้าเป็นครั้งแรก ณ วนอุทยานเขาใหญ่ โดยทดลองหยอดก้อนน้ำแข็งแห้งขนาดไม่เกิน 1 ลูกบาศก์นิ้ว เข้าไปในยอดเมฆสูงไม่เกิน 10,000  ฟุต ที่ลอยกระจัดกระจายอยู่เหนือพื้นที่ทดลอง และในขณะนั้นเอง เมฆได้เกิดการเปลี่ยนแปลง กลั่นรวมตัวกันหนาแน่น และก่อเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ จากการติดตามผล โดยการสำรวจทางภาคพื้นดิน และได้รับรายงานยืนยันด้วยวาจาจากราษฎรว่า เกิดฝนตกลงสู่พื้นที่ทดลองวนอุทยานเขาใหญ่ในที่สุด

ในปีพ.ศ. 2542 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประดิษฐ์ “ตำราฝนหลวงพระราชทาน” ด้วยคอมพิวเตอร์ด้วยพระองค์เอง เพื่อแสดงขั้นตอนและวิธีการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนจากเมฆอุ่นเย็นและอุ่นร้อน และนอกจากจะเป็นน้ำทิพย์ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตใจของพสกนิกรไทยทั่วประเทศแล้ว โครงการฝนหลวงนี้จะมีส่วนช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ที่ประสบปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำเช่นกัน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ให้สิทธิบัตรฝนหลวงถ่ายทอดวิทยาการทำฝนหลวงให้แก่ประเทศอีก 4 ประเทศ คือ จอร์แดน ออสเตรเลีย แทนซาเนียและโอมาน

เมื่อปีพ.ศ. 2543 คณะรัฐมนตรี ได้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในฐานะ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยี” จากพระราชดำริในการทำฝนเทียม

Originally Published: WE Smile Magazine
Photo: Kosin Sukhum / Shutterstock.com