Krabi beyond the Sea

Text by Angela Thien
Translation by Chidsupang Chaiwiroj

While Thailand has many gorgeous beaches, few can compete with the postcard-perfect image of limestone karsts towering over the jade green Andaman sea. But beyond these geological wonders, Krabi is rich in local charm and inland attractions.

Krabi shares much in common with one of Thailand’s most popular destinations, Phuket. They both open to the Andaman sea, have the same climate and are used as gateways to the surrounding islands. However, while Phuket seems to gain worldwide popularity especially for its yachting and surfing events, Krabi seems to be the quieter brother with much of the province’s land and ocean area used as protected national parks.

Most travellers first impression of Krabi will take place at Krabi Airport. It won’t be a warm sunny beach that greets you, but the rolling hills covered in lush jungle. These hills make up Krabi’s countryside, giving us a taste of the inland national parks like Khao Phanom Bencha National Park, Thung Teao Forest National Park and Than Bok Khorani National Park with their caves, waterfalls and countless native species of wildlife.

Krabi Town
Krabi is predominantly a market town for locals, and a gateway for travellers looking to explore the South of Thailand. Backpackers may come here rushing off to nearby destinations as soon as possible; many taxis, busses and boats all headed to Koh Lanta, Phi Phi, Railay or Ao Nang. But if you are inclined to slow down, exploring this provincial area will yield many hidden gems.

The ‘Thanon Khon Dern’ or Krabi Walking Street is held on every Friday, Saturday and Sunday evening on Soi Maharaj 8 and behind Vogue Department Store. This is a fantastic way to taste local street food and fresh seafood as well as browse handicrafts and other Thai products. If you are a morning person, experience the way locals live by visiting Krabi Maharat Market from 6:00 to 8:00 at Soi Maharaj 9. This local wet market has been renovated to be easy to navigate, and is full of produce as well as Thai snacks and desserts—ready to be made into a beachside picnic.

Those looking to delve into Thai culture should not miss Wat Tham Sua (Tiger Cave Temple) located 3 kilometres from Krabi Town. Here, monks live and carry out their religious duties within a network of natural caves. The courageous (and physically fit) can climb a 1,272 step limestone tower to see the Buddha’s Footprint and a stunning panoramic view of the sea and jungle.

Island Hopping

From the luxury resorts of Koh Yao Noi to the backpacker haven of Koh Phi Phi, the surrounding islands offer something for every kind of traveller. But no matter where you choose to make your home base, island hopping is a fun and efficient way to cover the most ground. Various tour companies offer Long Tail Boat or Speedboat tours to groups of islands. Keep in mind that Long Tail boats are slower but more economical while speed boats are faster and often more expensive. The most popular route is one that takes you to Poda Island, Tub Island, Chicken Head Island and Pranang Cave and Beach. Looking to escape the crowd? Rent a private boat to help you avoid large tour groups and plot a course to lesser known islands like Pak Bia (part of the Hong Island Chain) or the little known Tub Kaek Beach.

Private Krabi

Finally, if you’re brave enough to see the real Krabi, try going during the monsoon season from May to November. You’ll benefit from cheaper rates, less crowds and a completely unique atmosphere. While it won’t rain the entire day, just don’t get your hopes up for blue sky photos. After all, it’s sometimes a good idea to put away the camera and just enjoy your vacation.

จริงอยู่ที่ประเทศไทยเต็มไปด้วยชายหาดสวยๆมากมาย แต่ก็คงมีไม่กี่หาดที่สามารถแข่งกับภาพของภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนที่ทอดตัวอยู่เหนือท้องทะเลสีเขียวมรกตของกระบี่ได้  แต่แม้กระนั้น นอกเหนือจากความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเหล่านี้ กระบี่ก็ยังเพียบพร้อมด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นและสถานที่ท่องเที่ยวที่ซุกซ่อนรอการค้นพบอยู่อีกมากมาย

มองเผินๆแล้ว กระบี่มีความหลายคลึงกับเกาะภูเก็ตซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของประเทศไทยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งสองจังหวัดเปิดเข้าหาทะเลอันดามันเหมือนกัน มีสภาพอากาศคล้ายกัน อีกทั้งยังเป็นจุดตั้งต้นในการออกท่องเที่ยวไปยังเกาะต่างๆเหมือนกันด้วย แต่ถ้ามาพิจารณาดีๆ ภูเก็ตจะโดดเด่นในฐานะจุดหมายระดับโลกสำหรับการล่องเรือและการเล่นเซิร์ฟมากกว่า ในขณะที่กระบี่ดูจะเป็นเมืองที่เงียบๆ ที่มีพื้นที่บนผืนดินมากกว่า ในขณะที่พื้นที่ที่ติดทะเลนั้นสงวนไว้เป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ   

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะประทับใจกระบี่ตั้งแต่แรกเห็นที่สนามบิน แม้ภาพแรกที่เห็นจะไม่ใช่ภาพของชายหาดท่ามกลางแสงอาทิตย์เจิดจ้า แต่ภาพของเนินเขาที่ปกคลุมด้วยป่าไม้สีเขียวครึ้มก็สร้างความตราตรึงได้ไม่แพ้กัน กระบี่คือเมืองที่เต็มไปด้วยเนินเขา และชวนเราไปสัมผัสธรรมชาติผ่านอุทยานแห่งชาติมากมาย ตั้งแต่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อุทยานแห่งชาติทุ่งเตียว และอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีที่อุดมไปด้วยถ้ำ น้ำตกและสัตว์ป่านานาชนิด


สำหรับคนท้องถิ่น กระบี่คือเมืองที่เป็นเหมือนชุมทางในการแลกเปลี่ยนสินค้า ส่วนนักท่องเที่ยวนั้นมักจะมองที่นี่ว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้ บรรดาแบ็กแพ็คเกอร์มักจะมาแวะที่นี่ก่อนที่จะโฉบไปยังจุดหมายอื่นๆ อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แท็กซี่ รถประจำทางรวมถึงเรือส่วนใหญ่จึงมักมุ่งหน้าไปยังเกาะลันตา เกาะพีพี ไร่เลย์หรืออ่าวนาง แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะดึงจังหวะการเดินทางให้ช้าลง การแวะท่องเที่ยวในตัวเมืองกระบี่ก็จะทำให้คุณได้ค้นพบเพชรเม็ดงามอีกมากมายที่ซุกซ่อนอยู่

ตลาดถนนคนเดินจะจัดขึ้นทุกเย็นวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ตรงพื้นที่ระหว่างซอยมหาราช 8 และห้างสรรพสินค้าโว้ก ที่นี่คือศูนย์รวมอาหารสตรีทฟู้ดและอาหารทะเลสดๆ รวมถึงของทำมือและสินค้าอื่นๆ ด้วย ถ้าคุณเป็นคนตื่นเช้า ลองออกไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวท้องถิ่นได้ที่ตลาดมหาราชที่เปิดตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้าถึง 8 โมงเช้า ตลาดสดแห่งนี้ได้รับการปรับโฉมให้เดินง่าย อีกทั้งยังมีอาหารและขนมหวานขายมากมาย เหมาะมากสำหรับซื้อไปปิกนิกริมหาดที่ไหนสักแห่ง  

ส่วนคนที่ชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาจลองแวะไปที่วัดถ้ำเสือที่อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 3 กิโลเมตร พระสงฆ์ของวัดนี้ใช้ชีวิตและทำศาสนพิธีต่างๆในถ้ำเล็กถ้ำน้อยที่เชื่อมถึงกัน คนที่กล้า (และมีร่างกายที่ฟิตพอ) ก็อาจจะปีนบันได 1,272 ขั้นขึ้นไปเพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทและชมวิวธรรมชาติของกระบี่จากมุมสูง


เกาะแก่งต่างๆที่อยู่รอบๆกระบี่นั้นมีหลากหลายสไตล์ให้เลือก ตั้งแต่เกาะยาวน้อยที่เต็มไปด้วยรีสอร์ตสุดหรู ไปจนถึงเกาะพีพี สวรรค์แห่งแบ็กแพ็คเกอร์ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกไปเกาะไหน กิจกรรมท่องเที่ยวไปตามเกาะต่างๆของกระบี่นี้ก็สร้างความเพลิดเพลินและคุ้มค่า บริษัททัวร์หลายแห่งสามารถจัดทัวร์เที่ยวเกาะด้วยเรือหางยาวและเรือสปีดโบ้ต โดยเรือหางยาวมักจะช้ากว่าแต่ก็ถูกกว่า ในขณะที่เรือสปีดโบ้ตนั้นมักจะแพงกว่าแต่ก็เร็วกว่า เส้นทางที่นิยมมากที่สุดคือเส้นทางที่จะไปคุณไปยังเกาะปอดะ เกาะทับ เกาะไก่ รวมถึงถ้ำและหาดพระนาง แต่ถ้าไม่อยากต้องเจอคนพลุกพล่าน ลองเช่าเรือส่วนตัว เพราะวิธีนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเจอกับเหล่ากรุ๊ปทัวร์และเดินทางไปในเส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางหลัก อย่างเกาะผักเบี้ยซึ่งเป็นหนึ่งในเครือหมู่เกาะห้อง รวมถึงหาดอื่นๆอย่างหาดทับแขก


ท้ายที่สุดแล้ว หากคุณอยากสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของกระบี่ ขอแนะนำให้ลองไปช่วงฤดูมรสุม ซึ่งก็คือระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาห้องพักถูกกว่า คนน้อยกว่า บรรยากาศของช่วงนี้จึงแตกต่างออกไป แม้ว่าฝนจะไม่ได้ตกทั้งวัน แต่ก็อย่าคาดหวังถึงภาพท้องฟ้าสวยๆ แต่ก็นั่นล่ะนะ บางทีก็อาจจะดีกว่าถ้าเก็บกล้องแล้วพักผ่อนให้เต็มที่ จริงไหม?