By: RUCKDEE CHOTJINDA (WOW Thailand)

The marketing people at Maurice Lacroix capture the key attribute of their new watch with a question: Can you resist the allure of blue?

The fact is that, for a lot of people, a watch may not excite them with a silver, white or black dial. But when a blue option is offered, they are compelled to look again. Indeed fitting the bill, the newest Maurice Lacroix Gravity watch sports a lacquered, deep blue dial over which rhodium-plated hour and minute hands hover. A small second dial with a red hand and a genuine crocodile strap in dark blue complete the striking ensemble.

The first Gravity watch was launched in 2014 as the brand’s premier timepiece with silicium escapement. But to the general public, the more notable feature included the open architecture where the time-telling dial is set in the upper right quadrant, giving the necessary space to reveal the constantly moving balance and escape wheels in the lower left quadrant. The whole setup is mesmerising for anyone who lays eyes on it, and especially curiosity provoking for those who are new to mechanical watches. More importantly, the level of technical openness, if the term can be used, does not come at the sacrifice of legibility. Gravity offers a full dial, as opposed to skeletonised watches.

Several aesthetic variations have been introduced in the past three years. In those models, the visible part of the main plate received one pattern of finishing or the other. For this new edition in blue, Maurice Lacroix chose the “vagues du Jura” 0r “the waves of the Jura” motif, which is fittingly youthful, considering its electric blue guise. Only five pieces have been allocated to the Thai market, out of the entire production of 250 pieces. See this watch in person at Central Chidlom where Central International Watch Fair 2017 is being held from now until 18 September.

หน้าปัดนาฬิกาสีต่างๆ นั้นมีผลต่อผู้ซื้อไม่เหมือนกัน บางคนก็ชอบแต่ขาว บางคนบอกว่าดำดุดี แต่ก็มีบ่อยครั้งที่คนชอบขาวและชอบดำอยากได้อะไรที่ไม่เหมือนเดิมบ้าง เมื่อนั้นหลายคนเริ่มมองสีน้ำเงินเป็นสีแรกเพราะว่าเป็นสีที่ผู้ชายอย่างเราใส่ง่าย เข้ากับเสื้อผ้าทำงาน ไม่จืดแต่ก็ไม่ถึงกับฉูดฉาด คงจะด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ Maurice Lacroix เลือกผลิตรุ่น Gravity ด้วยหน้าปัดแลคเกอร์สีน้ำเงินเข้มในปีนี้ บอกเวลาด้วยเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีชุบโรเดียม ด้านล่างมีหน้าปัดวินาทีเล็กเข็มแดง สวมใส่ด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้าชุดกันได้ดูลงตัว

นาฬิกา Gravity เผยโฉมออกมาครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 และเป็นนาฬิการุ่นแรกของ Maurice Lacroix ที่ใช้ซิลิเซียมเอสเคปเมนท์ แต่คนส่วนมากคงไม่ได้สังเกตเห็นหรือทราบถึงรายละเอียดเล็กๆ นั้น เพราะส่วนมากก็จะถูกสะกดไปแล้วด้วยสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่มีหน้าปัดบอกเวลาเยื้องจุดศูนย์กลางขึ้นไปทางด้านบนขวา เพื่อเปิดพื้นที่ด้านล่างซ้ายสำหรับการอวดบาลานซ์และเอสเคปวีลที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ใครได้มองก็ยิ่งต้องจ้องให้นานขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่คุ้นเคยกับนาฬิกาจักรกลมาก่อนก็คงจะเกิดความสงสัยใคร่รู้อยู่ไม่น้อย ที่น่าสนใจก็คือว่าแม้จะมีดีไซน์แบบเปิดเช่นนี้แต่การอ่านค่าเวลาก็ไม่ได้ยากเหมือนนาฬิกาแบบสเกเลตั้นบางรุ่น เพราะว่าหน้าปัดก็ยังเป็นแบบที่มีพื้นเต็มและมีมารค์เกอร์ครบและชัดเจนอยู่ดี

ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมานั้นก็มี Gravity รุ่นต่างๆ ออกตามมา และมีการแกะเมนเพลทส่วนที่มองเห็นได้เป็นลวดลายตามแบบฉบับของการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิม สำหรับในรุ่น Gravity Blue ใหม่นี้ Maurice Lacroix เลือกใช้ลาย “วาจเดอจูร่า” ซึ่งพอจะแปลเป็นไทยได้ว่า “ลายคลื่นแห่งจูร่า” ซึ่งดูอ่อนวัยกว่าลายอื่นๆ ที่เคยใช้มาพอสมควร และเข้ากับอารมณ์ของหน้าปัดสีน้ำเงินนี้ได้เป็นอย่างดี หากใครสนใจก็เชิญไปชมเรือนจริงกันได้ภายในงาน Central International Watch Fair 2017 ที่เซ็นทรัลชิดลม เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 18 กันยายน  แต่ของมีเข้าไทยเพียงห้าเรือนเท่านั้นจากจำนวนการผลิตทั้งหมด 250 เรือน

Read the full article on WOW Thailand

World of Watches Thailand also posts original and inspirational watches photos on instagram. Find them at @watchesthailand