เที่ยวอังกฤษ Day 01 : Liverpool ตามรอย The Beatles

เที่ยวลิเวอร์พูล Liverpoolเที่ยวอังกฤษ Day 01 : Liverpool ตามรอย The Beatles

การเดินทางมายังเมืองลิเวอร์พูล Liverpool ในครั้งนี้ ลุงเด้งป้าไก่ยังคงใช้บริการของ การบินไทย เช่นเคย เพราะมีเที่ยวบินตรงมาจากสุวรรณภูมิ TG910 บินตรงจากสุวรรณภูมิ สู่สนามบิน London Heathrow Airport ใช้เวลาเดินทางเพียง 13 ชั่วโมง บินตรงไม่เสียเวลาต่อเครื่อง

โปรแกรมท่องเที่ยว Day 01
– Albert Dock สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง Liverpool
– The Fab 4 Store & The Beatles Story ร้านขายของที่ระลึก
– The Cavern Club คลับที่ The Beatles เล่นประจำก่อนที่จะโด่งดังไปทั่วโลก
– อาหารเย็น Shiraz ร้านอาหารตุรกีชื่อดังของเมืองนี้

การบินไทย ลอนดอน

TG910 ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ เวลา 00:15 ถึงสนามบิน London Heathrow Airport เวลา 6:20 am (เวลาดีมาก เพราะถึงสนามบิน Heathrow ตั้งแต่เช้า)

การบินไทย ลอนดอน

ข้อดีของการบินไทย… นอกจากจะบินตรงจากสุวรรณภูมิ ไป London Heathrow Airport เรื่องของน้ำหนักสัมภาระ ยังให้มากถึง 30 กิโล ขาช้อปซื้อของได้เต็มที่เลย

thai airways london

ทริปนี้ ลุงเด้งป้าไก่ เน้นเที่ยว 2 เมือง คือ Liverpool และ Oxford รวม 6 วัน 5 คืน เที่ยวแบบช้าๆ สบายๆ ไม่รีบเร่ง หิวก็กิน เหนื่อยก็พัก ชิลๆ ตลอดการเดินทาง

thai airways london

การบินไทย ใจดีให้น้ำหนักสัมภาระ มากถึงคนละ 30 กิโล (ลุงเด้ง ป้าไก่ เดินทางกัน 2 คน รวมน้ำหนักสัมภาระกันก็ได้มากถึง 60 กิโลกรัม… ช้อปกระจาย ไม่ต้องห่วงน้ำหนักเลย)

samurai wifi

หลังจาก Check-in แล้ว ก็แวะมารับ Pocket Wifi ของร้านใหญ่เจ้าดัง SAMUSAI WIFI มีโปรโมชั่นสำหรบแพ็จเกจ 1GB/Day จากปกติ 490 บาท เหลือเพียง 350 บาท ติดตามโปรโมชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/bs.mobile.thai/

การบินไทย thai airways

การเดินทางทริปนี้ ลุงเด้งป้าไก่ นั่งชั้นประหยัด (Economy) ที่นั่งชั้นนี้… บอกเลย นั่งสบาย โปรแกรม in-flight entertainment ทั้งดูหนัง ฟังเพลง เรื่องใหม่ๆ เพลงดังๆ ให้เลือกกันพอสมควร ตลอดการเดินทางดูหนังใหม่ๆ ไป 2-3 เรื่อง

การบินไทย thai airwaysการบินไทย thai airways

อาหารที่บริการระหว่างการเดินทางจะมี 2 มื้อๆ แรก เป็นชุดอาหารค่ำ มื้อที่ 2 เป็นชุดอาหารเช้า ปริมาณของอาหารที่จัดมามากพอสมควร รสชาติกลางๆ เครื่องดื่มบริการตลอดการเดินทาง น้ำผลไม้ ชา กาแฟ ไวน์ขาว ไวน์แดง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ

London Heathrow Airport

การเดินทาง 13 ชั่วโมง นั่งๆ นอนๆ ดูหนัง ฟังเพลง หลับๆ ตื่นๆ แล้วเราก็มาถึง London Heathrow Airport แล้วครับ

London Heathrow Airport

จากสนามบิน Heathrow เราสามารถต่อรถไฟไปถึงเมืองลิเวอร์พูล (Liverpool) ได้เลย ลุงเด้งป้าไก่เข้าไปจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าที่ Trainline https://www.thetrainline.com/ แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อนเดินทาง ราคาถูกสุดที่ลุงเด้งป้าไก่ £50 (ราคาถูกสุดที่เห็นคือ £28 สูงสุดที่ £150) รถไฟมีหลายรอบมาก

Euston station

ที่สถานี Euston ผู้โดยสารทุกคนจะยืนเฝ้า “จอตารางเดินรถไฟ” … แบบในภาพนี่แหละครับ
เที่ยวรถไฟเราปรากฏนานแล้วแหละ … แต่หมายเลขชานชลา ยังไม่แสดง!!!  รอๆๆ เฝ้าหน้าจอกันไป
ทันทีที่ “หมายเลขชานชวาปรากฏ” เราต้องรีบเดินไปขึ้นรถไฟ เพราะเรามีเวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น

virgin pendolino

เราต้องเดินมาให้ทัน แล้วดูหมายเลขตู้ และหมายเลขที่นั่งเราให้ดีด้วยนะครับ เพราะตั๋วจะระบุที่นั่งมาแล้ว

virgin pendolino

รถไฟจะมีที่เก็บกระเป๋าเดินทาง… แต่มีน้อยมาก แนะนำให้รีบๆ ขึ้นมาก่อนจะได้มีที่เก็บนะครับ

Liverpool Lime Stree

ลุงเด้งป้าไก่ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที ก็มาถึง สถานีรถไฟ Liverpool Lime Street ( สถานีหลักของเมืองลิเวอร์พูล )

Holiday Inn Liverpool City Centre

Holiday Inn Liverpool City Centre

ทริปนี้ลุงเด้งป้าไก่ เลือกพักที่ Holiday Inn Liverpool City Centre ราคาที่จองมาคืนละ 3,200 บาท เท่านั้น (ถูกมาก) อยู่ใกล้กับ สถานีรถไฟ Liverpool Lime Street เพียงข้ามถนน ก็ถึงแล้ว

Holiday Inn Liverpool City CentreHoliday Inn Liverpool City Centre

Lobby อยู่ชั้นล่าง บริการดี Check-in เร็วมาก

Holiday Inn Liverpool City Centre

ห้องแบบนี้ ราคาไม่ถึง 3 พัน มันช่างคุ้มจริงๆ  ขนาดห้องไม่เล็ก ไม่ใหญ่

Holiday Inn Liverpool City Centre

จุดเด่นของห้องนี้คือ อุปกรณ์ต่างๆ ยังใหม่อยู่ เพียงหนานุ่ม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ตามมาตรฐานของ Holiday Inn

liverpool view

วิวจากห้องพักสวยงามประมาณนี้

Holiday Inn Liverpool City Centre

Holiday Inn Liverpool City Centre คืนละ 3,200 บาท ตั้งอยู่ติดกับ ห้าง St’John และรอบๆ บริเวณนี้ก็รายล้อมรอบด้วยร้านค้าดังๆ มากมาย

Liverpool shopping

บรรยากาศของถนน Shopping  รอบๆ โรงแรม Holiday Inn Liverpool City Centre

Liverpool shopping

ย่าน Shopping จะอยู่ติดกับโรงแรม ถ้ามองในแผนที่จะเป็นทางที่จะเดินไป Liverpool Waterfront หรือ Royal Albert Dock Liverpool ระหว่างทางจะเป็นร้านค้าตลอดทาง

Liverpool shopping

ร้าน Forever 21 สาขานี้คือ flagship store สาขาใหญ่ที่สุดใน เมืองลิเวอร์พูล ตั้งอยู่บนถนน Church St, Liverpool

Liverpool shopping

Church St, Liverpool เส้นนี้ลุงเด้งป้าไก่ เดินผ่านทุกวัน เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองนี้จะอยู่ทางริมทะเล จากโรงแรมก็ต้องเดินทางแถวนี้ตลอด และร้านอาหาร pub เก๋ ๆ ก็อยู่ในบริเวณนี้

เลือกถูกแล้วละครับ ที่มาพักที่ โรงแรม Holiday Inn Liverpool City Centre เพราะเป็นเหมือนศูนย์กลางของการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว

Liverpool Town Hall

Liverpool Town Hall อาคารสวยๆ ระหว่างทางเดินจากโรงแรม ไปยัง Albert Dock

The Fab 4 Store

ด้วยความที่ลุงเด้งป้าไก่ เป็นแฟน The Beatles สถานที่แรกที่มาเยือนคือ The Fab 4 Store ที่เป็นส่วนหนึ่งของ The Beatles Story

The Fab 4 Store

มาถึงแล้ว…ก็เสียเงินไปกับขอที่ระลึกเยอะพอสมควร เพื่อนที่สะสม CD หรือ แผ่นเสียง ของ The Beatles ที่เป็นอัลบั้ม Studio ที่นี่มีให้ซื้อทุกชุด เสื้อยืดแบบต่างๆ แก้วน้ำ สายสะพายกีตาร์ และอื่นๆ อีกเพียบ

Billy Fury Halfway to Paradise Jealousy A Wondrous Place

รูปหล่อทองเหลือง Billy Fury เจ้าของเพลงฮิต “Halfway to Paradise”  “Jealousy” และ “A Wondrous Place ” นักร้องชาวอังกฤษระดับแนวหน้าในยุคบุกเบิก เพลงแนวบัลลาด (ballad)  โด่งดังสุดๆ ในยุคปลาย 50s เกิดวันที่  17 เมษายน ค.ศ. 1940 ในเมือง Ronald Wycherley in Dingle, Liverpool

รูปหล่อทองเหลืองนี้สร้างโดย Tom Murphy เป็นศิลปินชาว ลิเวอร์พูล ตั้งอยู่ที่บริเวณ Albert Dock

Albert Dock

Albert Dock เป็นกลุ่มอาคารอิฐสีแดง ทอดยาวเชื่อมต่อกันเป็น 4 เหลี่ยม ล้อมรอบตรงกลางเป็นน้ำสามารถนำเรือเข้ามาจอดได้

Albert Dock The Pumphouse

The Pumphouse อาคารเก่าแก่ที่อยู่คู่กับ Albert Dock สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1870 ต่อมาในปี 1984ได้ปรับมาเป็น pub และได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ นับเป็น Pub ที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองนี้

Magical Mystery Tour

Albert Dock ยังเป็นที่รวบรวมร้านขายของที่ระลึก นอกจาก The Fab 4 Store ที่เป็นส่วนหนึ่งของ The Beatles Story เรายังซื้อโปรแกรมทัวร์ Magical Mystery Tour (ตามรอย The Beatles)

Quay ConfectioneryQuay Confectioneryร้าน Quay Confectionery ที่ขายขนมหวาน ที่มีใส่กล่องเป็นรูปหรือข้อความที่สื่อไปยัง The Beatles (ไม่ใช่สินค้าของ The Beatles)

With Love from Liverpool With Love from Liverpool

ร้านขายของที่ระลึก With Love from Liverpool (น่าจะเป็นชื่อร้านนะครับ) ขายของที่ระลึกทุกอย่างเกี่ยวกับเมืองนี้ รวมถึงสินค้าที่ระลึกจาก The Beatles และทีมฟุตบอลต่างๆ

The Cavern Club Mathew Street

The Cavern Club : Mathew Street

ช่วงเย็น ลุงเด้ง ป้าไก่ เดินกลับมาที่ The Cavern Club ถนน Mathew Street ใกล้ๆ กับโรงแรม Holiday Inn Liverpool City Centre

The Cavern Club เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของวงการเพลง เพราะที่นี่คือ สถานที่ๆ วง The Beatles ประกอบด้วย John Lennon, Paul McCartney, George Harrison and Pete Best เปิดการแสดงเป็นประจำ (วันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1962 Ringo Starr เข้ามาเป็นมือกลองแทน Pete Best)

The Cavern Club : Mathew Street

John Lennon, Paul McCartney, George Harrison and Ringo เคยเล่นดนตรีบนเวทีนี้

The Cavern Club

และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นที่ๆ Brian Epstein เจ้าของร้านแผ่นเสียง NEMS ได้พบกับ The Beatles เป็นครั้งแรก หลังจากนั้น The Beatles ก็ได้ทำสัญญากับ Brian Epstein โดย Brian เป็นผู้จัดการวง

วันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1962 Brian Epstein แนะนำ The Beatles ให้รู้จักกับ George Martin โปรดิวเซอร์ของ EMI ( EMI ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Abbey Road Studios) และจากจุดนี้ อัลบัม Please Please Me ก็ถือกำเนิดขึ้น และ The Beatles ก็เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

The Cavern Club

The Cavern Club แห่งนี้จึงเป็นที่ๆ แฟนๆ วง The Beatles มุ่งหน้ามาสัมผัสบรรยากาศย้อนอดีต สมัยที่ John Lennon, Paul McCartney, George Harrison and Ringo เล่นดนตรีก่อนที่จะออกอัลบัม

Four Lads Who Shook The World

Four Lads Who Shook The World

ตรงข้ามกับ The Cavern Club ถ้าเรามองขึ้นไปชั้น 2 จะเห็นผลงานของ Arthur Dooley สร้างไว้เพื่อยกย่อง The Beatles ในผลงานที่มีชื่อว่า “Four Lads Who Shook The World”

ก่อนที่ John Lennon จะเสียชีวิต… ผลงานนี้เป็นภาพของพระแม่มารี อุ้มเด็ก 3 คน คือตัวแทนของ John, George, และ Ringo ส่วน Paul จะเป็นเด็กมีปีกติดอยู่ทางด้านขวามือถัดจากเด็กคนสุดท้าย

แต่หลังจาก John ได้เสียชีวิต รูปเด็กมีปีกที่เป็นตัวแทนของ Paul ถูกนำออกไป เด็กที่อยู่ในพระหัตถ์ของพระแม่มารีจึงเป็นตัวแทนของ Paul, George,  Ringo  และที่มุมขวาล่างได้เพิ่มเด็กถือกีตาร์ และมีข้อความว่า “Lennon Lives” คือตัวแทนของ John ที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว แต่ยังอยู่ในใจของทุกคน

และนี่คือที่มาของ ภาพ  “Four Lads Who Shook The World”

John Lennon The Cavern Pub (

ถนนเส้นนี้ เรายังได้พบกับรูปหล่อทองเหลืองของ John Lennon ยืนอยู่หน้า The Cavern Pub (เจ้าของเดียวกับ Cavern Club)

Cilla Black The Cavern Club

รูปหล่อทองเหลือง Cilla Black นักร้องสาวในยุค 60’s เกิดที่ลิเวอร์พูล และเป็นนักร้องที่ The Cavern Club ในช่วงเวลาเดียวกับ The Beatles

Shiraz BBQ : NORTH JOHN STREET

อาหารมื้อเย็น… ลุงเด้งป้าไก่ แวะมากินที่ร้าน Shiraz BBQ อาหารตุรกี เป็นร้านดังของเมืองนี้ ราคาไม่แพงมาก อาหารอร่อย (อร่อยที่สุดในทริปนี้เลยแหละ)

Shiraz BBQ 19 NORTH JOHN STREET

Shiraz BBQ เป็นร้านอาหารตุรกี ชื่อดังของเมืองนี้ ลุงเด้งป้าไก่ แวะมากินที่สาขาแรก เลที่ 19 NORTH JOHN STREET สาขานี้ไม่ใหญ่มาก รับลูกค้าได้ประมาณ 40-50 คน (สาขาแรก ราคาถูกกว่านะ)

สาขาล่าสุด Shiraz Palace 45 RANELAGH STREET ซึ่งก็ไม่ได้ไกลจากสาขาแรกซักเท่าไหร่

Shiraz BBQ 19 NORTH JOHN STREET

อาหารขึ้นชื่อของที่ร้านนี้คือ Kebabs เนื้อแกะ เนื้อไก่ หมักเครื่องเทศแบบอาหรับ ย่างบนเตาถ่าน อร่อยหอมมากๆ

Shiraz Mixed Kebab

จานนี้…Mixed Kebab ลุงเด้งป้าไก่ เลือกเนื้อไก่ กับ เนื้อแกะ
Choose two of the following chicken, adana or lamb skewers
ราคาชุดนี้ £10.50 ด้วยขนาด และ รสชาติ บอกเลยคุ้มมาก

Shiraz Mixed Kebab

ในชุดจะเสิร์ฟมาพร้อมกับซอสรสเข้มข้น เผ็ดนิดๆ หอมเครื่องเทศ กินอร่อยมาก

Shiraz Mixed Kebab

นอกจากซอสที่อร่อยมาก ยังมีมันฝรั่งทอด (Chip) + ข้าวบาสมาติ (ข้าวอาหรับ) หุงสวยมาก  + ขนมปัง … บอกเลยว่าถ้ามาเมืองนี้แล้วต้องมาลองกันครับ

Shiraz King Prawns

อีก 1 เมนู ที่สั่งมากินวันนี้ King Prawns เสิร์ฟพร้อม… ฝรั่งทอด (Chip) + ข้าวบาสมาติ (ข้าวอาหรับ) หุงสวยมาก  + ขนมปัง ชุดนี้ £10.50

Shiraz King Prawns

เมนูกุ้งชุดนี้ก็จัดว่าดี รสชาติจัดจ้าน กินง่าย ถูกปากคนไทยแน่นอนครับ

Shiraz BBQ ลุงเด้ง ป้าไก่

วันแรกในเมืองลิเวอร์พูล (Liverpool) จบลงที่ร้าน Shiraz BBQ  วันพรุ่งนี้ตื่นแต่เช้า เพราะเราต้องออกนอกเมืองกันแล้ว… ไปตามรอย The Beatles บ้านเกิดของ John, Paul, George,  and Ringo