รีวิวลุยเดี่ยว ตะลอนเที่ยว ออสเตรเลีย 10 วัน ตอนจบ ณ มหานครซิดนีย์

ซิดนีย์ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ครับ มีแลนด์มาร์คอันโดดเด่น ซึ่งใครเห็นก็รู้ได้เลยว่าคือที่ไหน นั่นก็คือ  Sydney Opera House ผมเองก็ฝันมานานครับ ว่าอยากจะพาตัวเองไปถ่ายรูปคู่กับ Sydney Opera House ซักครั้ง จนในที่สุด ก็ได้มีโอกาส เดินทางไป

ทริปนี้มาอยู่ที่ซิดนีย์ 5 คืน 6 วัน 26 พ.ย. – 1 ธ.ค. 2559 เที่ยวต่อมาจากเมืองเมลเบิร์น นั่นเองครับ

page01

ผมเดินทางจากเมลเบิร์น มา ซิดนีย์ โดยนั่งเครื่องบินมาครับ ก็เลยต้องเดินทางจากเมืองเมลเบิร์น มาที่สนามบินอีกครั้ง โดยผมไปขึ้น Skybus ที่สถานีรถไฟ  Southern Cross ตั๋วซื้อไปกลับมาแล้วตั้งแต่ขามา ส่วนใครยังไม่มีตั๋วก็สามารถมาซื้อได้ที่สถานีนะครับ มีเครื่องขายตั๋วอยู่ จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตนะครับ

page02

นั่ง Skybus มาลงที่อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ จากนั้นก็เดินไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน ซึ่งครั้งนี้ใช้บริการของ Tiger Air ได้ตั๋วมาในราคา 2,910 บาท รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลที่ซื้อเพิ่มครับ เคาน์เตอร์ของ Tiger Air จะเป็นลักษณะการให้ผู้โดยสารเช็คอินโหลดกระเป๋าด้วยตัวเองนะครับ ขั้นตอนใม่ยุ่งยากครับ กดปุ่ม Print Borading pass ออกมาก่อน จากนั้นถ้ามีกระเป๋าโหลดก็ กด Tag สำหรับติดกระเป๋าออกมา ติดไว้ที่กระเป๋าครับ จากนั้นก็เอากระเป๋าไปโหลด ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ จะมี จนท ยืนอยู่แถวนั้นอยู่ครับ ถ้าใคร งง ก็ถาม จนท ได้

บินประมาณ 1.30 ชม ก็ถึงที่สนามบินซิดนีย์ อาคาร ภายในประเทศ จากนั้นก็ตามป้ายรถไฟเข้าเมืองกันเลย แต่ปรากฏว่า วันที่ผมไปนั้น รถไฟใช้ไม่ได้ครับ เค้าก็เลยเอารถบัส มาให้บริการเข้าเมืองฟรี ผมนี่ยิ้มเลยครับ ประหยัด ค่ารถไฟไปได้กว่า 17 AUD เลย โดยรถบัสจะมาส่งจุดเดียวที่สถานี Central Station เท่านั้นครับ

page03

ลงรถบัสมา ขอหลบเข้ามุมตั้งหลักก่อน ฮ่าๆ ตอนนั้นเริ่ม งง ว่า ลงด้านไหนของสถานี เพราะสถานี นี้เป็นสถานีใหญ่ครับ ขอเปิดเน็ต ดูพิกัดที่พักก่อน เพราะที่พักที่ผมจองไว้คืออยู่ติดกับสถานีนี้เลยคับ

แล้วก็ได้พบว่า ที่พักที่จองไว้อยู่ใกล้มากๆ ครับ เดินไม่ถึง 100 เมตร จากจุดที่ลงรถบัสเมื้อกี้ คืออยู่ติดกับสถานี Central Station เลยครับ สถานที่ตั้งคือดีมากๆ

ที่พักผมชื่อ Bounce Sydney เป็น Hostel ที่มืออาชีมมากครับ มีการจัดการต่างๆ ได้เป็นระบบมากๆ มีทุกอย่างพร้อมสำหรับนักเดินทางที่มาพักครับ

ผมนอนเป็นห้องรวม 8 คนครับ ใช้ห้องน้ำรวมด้านนอกห้อง พัก 5 คืน จ่ายไป 6,061 บาท ไม่มีอาหารเช้านะครับ ชั้นบนของตึกจะเป็นครัว ซื้อของมาไว้ทำกินได้ครับ มีที่นั่งเล่น เห็นวิวเมืองด้วยครับ ที่ชอบเป็นพิเศษเลยสำหรับที่นี่คือมีล๊อคเกอร์ที่สามารถเก็บกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ครับ แต่อย่าลืมพกแม่กุญแจมาไว้ล๊อคด้วยนะครับ เป็นสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับใครที่จะมาพัก Hostel

พักที่นี่ก็เรียบร้อยดีครับ หลับสบายดี เพื่อนร่วมห้องก็โอเคครับ

page04

เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็เย็นๆ  แต่ก่อนอื่นเดินไปซื้อบัตร Opal บัตรใช้สำหรับเดินทางในรัฐ NSW บัตรนี้ไม่มีค่าบัตรนะครับ ไปที่ร้านสะดวกซื้อและให้เค้าเติมเงินให้ได้เลยครับ ได้เวลาออกไปตะลอนซิดนีย์

20161126_185740-Large


วันแรก

สะพานฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge)

การเดินทาง   ผมนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Milsons Point Station แล้วเดินย้อนกลับมาแถวใต้สะพานตรงริมแม่น้ำ

มาถึงซิดนีย์ ที่แรกที่ผมมุงตรงมาเลยคือ จะมาดู Sydney Opera House ที่ Sydney Harbour Bridge จะอยู่คนละฝั่งกันนะครับ วันนี้ผมกะว่าจะมาถ่ายรูปและชมวิวเมืองฝั่งนี้ก่อน มาถึงก็เย็นๆ แล้วครับ อากาศที่นี่ก็สบายๆ ไม่หนาวเหมือนเมลเบิร์น

ผมใช้เวลาอยู่ตรงนี้ จนค่ำเลยครับ จากนั้นเดินไปเจอท่าเรือข้ามฟาก ก็เลยไม่รอช้า นั่งไปตรงฝั่ง Sydney Opera House เดินเล่นแถวนั้นอีกซักพัก ก็เลย เปิด Google หาวิธีกลับที่พัก เพราะรถไฟ สถานี Circular Quay ไม่เปิด ครับ ช่วงที่มารถไฟฟ้าปิดบริการบ่อย วันนี้ก็เลยได้นั่งรถเมล์กลับ ซึ่ง Google ก็บอกไว้ดีมากเลยนะครับ ว่าต้องไปยืนป้ายไหน มีรถสายอะไรผ่านบ้าง ผมพักอยู่แถว Central Station  ก็ไม่ไกลกันจากที่นี่เท่าไรครับ

วันนี้ก็พอแล้วแค่นี้ครับ ไม่ได้ไปไหนอีก เน้นชิลล์ๆ ครับทริปนี้ กลับที่พักดีกว่า

IMG_8229-Large

 

มาถึงซิดนีย์แล้วขอเช็คสัญญาณ Pocket Wifi ซะหน่อย ครั้งนี้ผมได้ใช้ Pocket WiFi ของ TRIPIZEE ซึ่ง Pocket WiFi ใช้งานแบตได้นานถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ ออกไปเที่ยวตั้งแต่เช้ายันดึก แบตก็ยังไม่หมด ชาร์ทไฟวันละครั้ง จบ ครับ ไม่ต้องพกแบตสำรองไปให้วุ่นวาย

ทาง TRIPIZEE มี Pocket WiFi บริการสำหรับเดินทางไปหลายประเทศทั่วโลกเลยนะครับ รับที่สนามบินก็ได้ หรือจะส่งให้ถึงบ้านเลยก็ได้ แถมราคาไม่แพง เข้าไปดูรายละเอียด ราคา การสั่งจองต่างๆ ได้เลยที่

Link >> https://www.tripizee.com/th

20161126_193040-Large

IMG_8233-Large

IMG_8247-Large

IMG_8248-Large


วันที่ 2

วันนี้ผมมีนัดไปปาร์ตี้ กับพี่ที่อยู่ที่นี่ครับ แต่ไปช่วงบ่ายๆ ก็เลยมานัดเจอกันแถว Sydney Opera House ก่อนครับ อยากมาถ่ายรูปช่วงกลางวัน แต่เสียดายวันนี้ฟ้าไม่ใสครับ แต่คนแถวนี้ค่อนข้างเยอะมาก

โรงอุปรากรแห่งนครซิดนีย์ (Sydney Opera House)

การเดินทาง อันนี้มาได้หลายทางมากครับ ทั้งทางเรือ รถไฟฟ้า และบัส นั่งมาลงที่สถานี Circular Quay ได้เลยครับ

วันนี้ผมเลือกนั่งบัสมาครับ เพราะสะดวกมากจากที่พัก พอขึ้นรถบัส ก็เจอว่าวันนี้มีบัสรับส่งฟรี ไปที่ Circular Quay เพราะรถไฟฟ้าใช้ไม่ได้ครับ ที่นี่ถ้าวันไหนที่รถไฟฟ้าขัดข้องใช้การไม่ได้จะมีรถบัสมารับส่งฟรีเลยนะครับ ตอนที่ผมมาจากสนามบินก็ได้นั่งบัสฟรี ประหยัดไปได้หลายบาทเลย ก็เลยคิดว่า เสียบ่อยๆ ก็ได้นะรถไฟฟ้า 555

IMG_8299-Large

 Sydney Harbour Bridge มองจากอีกฝั่ง

IMG_8295-Large

อาคารนี้อยู่ที่หน้าสถานี  Circular Quay

IMG_8306-Large

จบจากที่นี่ก็ไปที่งานปาร์ตี้ครับ

          เอาบรรยากาศงานปาร์ตี้ ที่ผมไปมาให้ชมกันครับ เป็นปาร์ตี้ที่คาซิโน จัดขึ้น แบบขายบัตรเข้างาน(แพงเอาเรื่อง) แต่ดีที่ผมไม่ได้จ่ายเอง เข้ามาข้างในยังต้องมาซื้อเครื่องดื่ม อาหารอะไรเพิ่มเองอีกครับ บัตรเข้างานก็คือบัตรเข้างานจริงๆ 555

20161127_181151-Large

20161127_185439-Large

มีแต่ฝรั่งครับ ฮ่าๆ ก็สนุกดี ฝรั่งนี่เค้าปาร์ตี้กันแบบสุดเหวี่ยง จริงๆ พอตรงนี้เริ่มมืด ก็ลงไปผับข้างล่างต่อได้อีกครับ วันนี้มีดีเจอชื่อดังมาจากอเมริกา(แต่ผมไม่รู้จัก 555) ที่นี่ใครเมาแล้วมั่ว โดนเชิญออกเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น หญิงหรือชาย การ์ค เค้าโหดมากครับ 555

20161127_193340-Large

ส่วนตัวชอบผับที่นี่มากครับ รุ้สึกว่าเปิดเพลงสนุกดี วันนี้กลับถึงห้องพักประมาณ ตีสองได้ครับ 555 เต็มที่กับการเที่ยวจริงๆ


วันที่ 3

วันนี้ไม่ต้องสืบครับ หลับยาว กว่าจะตื่นก็เกือบๆ เที่ยวแล้ว คนในห้องนี่ออกไปกันหมดแล้วครับ ตื่นมาแบบเบลอๆ ไปไหนดีวันนี้ ไปดูฝรั่งแก้ผ้าแล้วกัน เอ้ยๆ ไปทะเลแล้วกัน

ที่นี่มีหาดที่มีชื่อเสียงอยู่ครับ นั่นคือ หาดบอนได

หาดบอนได (Bondi Beach)

          การเดินทาง นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Bondi Junction จากนั้นเดินตามป้ายมาขึ้นรถบัสครับ ยืนตรง Stand B รถบัสสาย 333 มีป้ายบอกชัดเจนครับ ว่าไป Bondi Beach นั่งไปอีกประมาณ 10 นาทีนิดๆ ก็ถึงชายหาด เตรียมลงได้เลย

วันนี้เป็นวันที่แดดแรงมากกก ขนาดใส่แว่นกันแดด แล้วยังรู้สึกแสบตา ลงรถบัสมาก็ เดินเล่นไปเรื่อยครับ เดินลงไปหาดได้แป๊ปเดียว เดินกลับมาหลบร่มแถวร้านขายของเลย แดดแรงมากจริงๆ ครับ ยอมเลย

ที่มันจะมีสระว่ายน้ำติดทะเล ผมไปไม่ถึง ตอนไปไม่รู้ว่ามันคืออยู่ที่หาดนี้ พลาดมากๆ คงอยากให้ผมกลับไปอีกแน่ๆ 555

page09

IMG_8360-Large

IMG_8361-Large

IMG_8364-Large

IMG_8368-Large

IMG_8370-Large

เสร็จจากที่นี่ เดี๋ยวขึ้นรถกลับไปที่ตัวเมืองกันครับ ไปเหมือนตอนมานั่นแหละ

 

จริงๆ ตอนกลับมาจากหาดบอนได ตั้งใจจะไปที่ ดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์ แต่ดันเดินหลงไปเจอไชนาทาวน์ซะงั้น ก็เลยเปลี่ยนแผน เดินออกจากใช่นาทาวน์ ก็ไปเจอไทยทาวน์ อีก เออ ดีเนาะ ที่ๆ ตั้งใจไปกลับไม่เจอ 555

ไชน่าทาวน์ (China Town) & ไทยทาวน์ (Thai Town)

          การเดินทาง นั่งรถรางไปลงที่ Capitol Square Light Rail จากนั้นก็เดินมาทาง ตึก MARKET CITY มองมาทางฝั่งตรงข้ามตึก เดี๋ยวก็จะเห็น ประตูทางเข้า ไชน่าทาวน์ ที่จะดูเป็นประตูจีนๆ หน่อยครับ

ส่วนไทยทาวน์ก็เดินไปจากสถานี Central Station ได้ครับ ไม่ไกล แถวนี้ก็เป็นร้านอาหาร ร้านขายวัตถุดิบการทำอาหาร อะไรพวกนี้ครับ

page10

ไปเดินไทยทาวน์ ได้ข้าวหมูผัดหน่อไม้กลับมากินที่พัก ครับ แซ่บมาก ถูกใจสุดๆ

20161128_174732-Large

กลับมาที่พัก กินข้าว แล้วก็นอนพักในห้องซักพักเลยครับ ตอนเกือบจะค่ำๆ ก็เลยออกไป ชิลล์ๆ แถว Sydney Opera House

IMG_8397-Large

IMG_8400-Large

พอจบวันนี้กลับห้องนอนครับ

 

วันที่ 4

หลังจากที่เมื่อวานเดินหลง หา ดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์ ไม่เจอ วันนี้ต้องกลับไปอีกรอบ ต้องไม่พลาดครับ แล้วก็เจอแบบง่ายๆ เลย แล้วเมื่อวานคืออะไร เดินผ่านไปได้ยังไง 555

 ดาร์ลิ่ง ฮาร์เบอร์ (Darling Harbour)

      การเดินทาง นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี Town Hall จากนั้นเดินต่อไปอีกครับ (ส่วนตัวรู้สึกว่าเดินไกลอยู่ครับ ฮ่าๆ)

IMG_8402-Large

IMG_8404-Large

ผมว่าแถวนี้เหมาะกับการมาเดินเล่นชิลล์ๆ ครับ เพราะบรรยากาศมันชิลล์มาก มีร้านอาหาร ห้าง อยู่รอบๆ คนที่นี่เค้าก็นั่งกันตามร้านอาหารกันเยอะเลยครับ

IMG_8414-Large

จริงๆ สะพานนี้ผมเห็นตั้งแต่คืนที่มาปาร์ตี้แล้วครับ เพราะเดินผ่าน ยังคิดอยู่เลยว่า มันคือตรงนี้รึป่าว

IMG_8418-Large

IMG_8421-Large

 

The Rocks Market

การเดินทาง อันนี้มาได้หลายทางมากครับ ทั้งทางเรือ รถไฟฟ้า และบัส นั่งมาลงที่สถานี Circular Quay ได้เลยครับ

นี่เป็นครั้งแรกเลยครับที่ได้นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานี Circular Quay ปกติมาแถวนี้นั่งรถบัสมาตลอด พอมารถไฟฟ้าก็เลยได้เจอว่า บนสถานี วิวสวยมากครับรูปด้านล่างนี้คือถ่ายจากบนสถานีครับ เห็นทั้ง Sydney Opera House และ Sydney Harbour Bridge ส่วน The Rocks Market ก็อยู่บริเวณ์นี้ละครับ เดินไปฝั่งที่เรือจอดได้เลยครับ แถวๆนั้น

IMG_8423-Large

วันที่ผมมาไม่เจอตลาดครับ รู้สึกว่าจะมีเปิดเฉพาะ เสาร์ อาทิตย์

IMG_8434-Large

IMG_8440-Large

มีเรือสำราญมาจอดเทียบท่าด้วยครับ ลำใหญ่มาก

IMG_8441-Large

เดินเล่นบริเวณแถวๆ นี้ครับ วันนี้อากาศดี

IMG_8448-Large

ได้มาเห็น Sydney Opera House อีกมุม

IMG_8435-Large

ช่วงค่ำกลับไปเดิน ไทยทาวน์ อีกครั้งครับ มาออส หลายวัน ช่วงนี้อยากแต่อาหารไทย ไปจัดมาตามภาพ ครับ 555 อร่อยแซ่บ สะใจจริงๆ

20161129_185410-Large

 

วันที่ 5

วันนี้พี่ที่อยู่ซิดนีย์จะพาไป บลู เม้าเท่นส์ ครับ แต่ผมอยากเห็นจิงโจ้กับโคอร่า ก่อน เพราะมาที่นี่ก็ 9 วันแล้วยังไม่ได้เจอสัตว์ ประจำชาติเค้าเลย ก็เลยไปที่  Featherdale wildlife park ก่อนครับ แล้วค่อยให้พี่ไปรับผมที่นี่อีกที

Featherdale wildlife park

ที่นี่จะออกแนวสวนสัวตย์ครับ แต่ไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เล็กครับ

เปิดเวลา 9 โมงเช้า – 5 โมงเย็น

ค่าบัตรเข้า ผู้ใหญ่ 31 AUD

     การเดินทาง นั่งรถไฟจากในเมือง(ผมนั่งจาก Central Station)มาลง ที่ Blacktown Station. จากนั้นเดินไปขึ้นรถบัสโดยยืนที่ Stand E จากนั้น รอขึ้นรถบัสสาย 729 ครับ นั่งรถไปประมาณ 10 นาที ก็จะไปเจอทางเข้าครับ คนขัยรถเค้าจะค่อนข้างรู้นะครับ นักท่องเที่ยวน่าจะไปบ่อย บอกคนขับไว้ก็ได้ครับ ว่าจะลงไหน

page08

เจอแล้วคร๊าบ หมีโคอร่า อยู่หน้าทางเข้าเลย แล้วก็จิงโจ้ มีอีกหลายคอกเลยครับ มีแพนกวิน ตัวน้อยด้วย

page07

ถ้าสำหรับที่นี่ เดินไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็น่าจะพอแล้วครับ แต่ถ้ามีเด็กมาด้วยก็อาจจะ 1 ชั่วโมงนิดๆ แล้วแต่สะดวก เดินเสร็จได้ซักพักพี่ก็มารับพอดีครับ เดี๋ยวเราไปบลูเม้าเท่นส์กันต่อ


บลู เม้าเท่นส์ (Blue Mountains)

       การเดินทาง แนะนำให้เช่ารถขับเลยก็ได้ครับ ถ้าไปหลายคน ขับรถไปประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ครับ หรือใครไม่เช่ารถก็ซื้อเป็น 1 day tour ไปก็ได้ ลองติดต่อซื้อจากที่พักดูครับ ที่พักผมก็มีทุกทัวร์เลยอยากไปไหนมีหมด ฮ่าๆ

มาถึงบลูเม้าเท่นส์ ก็เย็นๆ แล้วครับ ถ้าขับรถตรงมาจากซิดนีย์เลย น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ  จุดแวะเที่ยวที่นี่จะมีหลายจุดนะครับ มีเดินป่า จุดขึ้น Cable car ด้วยครับ ไปถึงลองหาแผนที่หรือศึกษาข้อมูลกันไปก่อนดูว่าอย่างไปเที่ยวจุดไหน

พวกผมพากันไปแวะที่จุดที่แรกว่า Three sister กันก่อนครับ มันจะเป็นเขาเรียกกัน 3 อัน เหมือนอยู่กันเป็นพี่น้องอะไรประมาณนั้นครับ ฮ่าๆ

IMG_8542-Large

IMG_8549-Large

ตอนแรกก็สงสัยนะครับว่าทำไมถึงชื่อบลูเม้าเท่นส์ แต่พอได้มาถึงที่แล้วก็ถึงบ้างอ้อ เลย เพราะหมอกที่อยู่ระหว่างภูเขาแถวนี้เป็นสีน้ำเงินครับ แต่ไม่ชัวร์นะครับ ว่าทำให้เป็นที่มาของชื่อบลูเม้าเท่นส์ นึป่าว

IMG_8550-Large

IMG_8556-Large

จุดถ่ายรูปวิวดีทีเดียวครับ

IMG_8532-Large

 เห็นทางเดินลงไปตรง Three sister ก็เลยลองพากันเดินลงไปดู ไม่พอเห็นทางเดินลงไปต่อจาก Three sister อีก ก็เลยพากันคิดว่าทันต้องมีอะไรซิ เลยเดินลงไปดูอีก เดินลงไปไกลมากครับ ไม่ได้เตรียมร่างกาย และเสบียงมา ตอนลงที่ว่าเหนื่อย แล้ว ตอนขึ้นเหนื่อยยิ่งกว่าครับ หยุดพักตลอดทาง เพราะไม่ไหว สรุปก็ไม่เห็นอะไรหรอกครับ ยอมแพ้กันก่อน เพราะมันค่อนข้างเย็นมากแล้วครับ

page06

จากนั้นก็พากันขับรถกลับซิดนีย์กันเลย ระหว่างทางพี่พาแวะกินบุฟเฟ่ต์ หมูย่างเกาหลี หัวละ 55 AUD ไม่รวมเครื่องดื่ม อร่อยเลยดีเดียวครับ ของค่อนข้างดี

20161130_204821-Large

และพี่ก็พามาส่งถึงหอเรียบร้อยช่วงประมาณ 5 ทุ่มครับ ก่อนถึงหอ แฟนพี่ก็ถามว่า ได้รูปเมืองตอนกลางคืนเยอะรึยัง ผมก็เลยบอกได้แล้ว ไปเกือบทุกคืนเลย เค้าก็เลยพาผมมาส่งหอ แล้วก็แยกย้าย ระหว่างนั้นผมเข้าห้องน้ำ พี่ส่งรูปมาให้ดูว่าตอนนี้อยู่นี่ ผมเห็นแล้วอยากไปมาก เพราะมุมนี้ยังไม่ได้ และอยากไปถ่ายรูปมุมนี้มาก

พี่ก็เลยขับรถมารับผมออกไปถ่ายรูปอีกรอบ ซึ่งตอนมารับผมก็ประมาณ 23.40 น. แล้วครับ เห็นว่า Sydney Opera House และ Sydney Harbour Bridge จะปิดไฟตอนเที่ยงคืน ก็เลยพากันรีบเลยครับ และก็ทัน ก็ได้เป็นรูปด้านล่างนี้มาครับ ถ่ายที่สวน Mrs Macquarie’s Chair ใครจะไปตอนกลางคืนก็หาคนไปเป็นเพื่อนหน่อยก็ดีครับ แถวนี้ตอนกลางคืนดูวังเวง

IMG_8569-Large

จบวันสุดท้ายของการเที่ยวได้อย่างประทับใจครับ จริงๆ ยังมีพรุ่งนี้อีกวัน แต่พรุ่งนี้เป็นวันเดินทางกลับ คงไม่ไปเที่ยวไหนแล้วครับ คงเตรียมของกลับเลย


วันที่ 6 วันสุดท้ายของทริป

วันนี้มีบินกลับไทยไฟล์ท 14.30 น. ครับ จริงๆ ยังพอมีเวลาว่างช่วงเช้า แต่ไม่ออกไปเที่ยวไหนแล้วครับ นอนตื่นสายๆ อาบน้ำเก็บของ แล้วก็นั่งรถไฟ มุ่งตรงมาที่สนามบินเลยครับ มาที่อาคารผู้โดยสาร 1 ฝั่งขาออก

Flight-MH-1

ผมมาถึงค่อนข้างเร็ว 3 ชั่วโมงกว่าๆ ก่อนเดินทางเลย เคาน์เตอร์ เช็คอินยังไม่เปิด ก็เลยนั่งเล่นรอแถวนั้นก่อน พอเห็นเคาน์เตอร์เปิดก็เลยรีบไปต่อแถวเช็คอินเลยครับ ช่วงแรกใช้เวลาเช็คอินค่อนข้างนานเลยครับ เปิดให้เช็คอินได้แป๊ปหนึงแล้วก็หยุดไป จนทไปยืนประชุ่มกันซักพัก แล้วก็กลับมาเปิดเช็คอินอีกรอบ ผมได้ไปช่อง จนท เช็คอินเป็นคนไทยพอดีเลยครับ บริการเช็คอินดีมาก เสร็จแล้วยังถามผมว่าต้องการให้ช่วยอะไรอีกไหม คือตอนแรกผมขอที่นั่งติดทางเดินครับ

เช็คอินเสร็จจะได้ใบขาออกมากรอก แล้วก็ได้ Boarding pass มา 2 ใบนะครับ ตอนไปต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ก็เดินไปขึ้นเครื่องได้เลยครับ

page11

ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่อง นั่งมองเครื่องบินก็รู้สึกว่า ต้องกลับแล้วเหรอเนี่ย ทริป 10 วัน พอวันจะกลับทำไมรู้สึกว่ามันเร็วจังเลย ใจหนึงก็อยากอยู่ต่อ อีกใจก็อยากกลับไปกินส้มทำพาร้ามาก 555

20161201_141154-Large

รูปด้านล่างนี้เป็นอาหารจากไฟล์ทซิดนีย์มากัวลาลัมเปอร์ครับ เสริฟ 2 รอบ ส่วนเครื่องดื่มก็ขอได้ตลอด ไฟล์ทนี้สะดวกสบายดีเพราะเครื่องลำใหญ่ครับ แต่ตอนมาต่อไฟล์ทจากกัวลา มากรุงเทพ มีประเด็นเล็กน้อย ตอนผมเดินขึ้นเครื่องไป มีคนมานั่งที่ผมแล้ว และไฟล์ทนี้ค่อนข้างเต็มครับ มองไปเอ้าทำไมที่นั่งมันไม่มีที่ว่างเลยเนี่ย ก็เลยมองเลขที่นั่งตัวเองใน Boarding pass ใหม่ ก่อนจะบอกฝรั่งที่มานั่งที่ผมว่า ยูๆ นี่มันที่นั่งไอ นะ 555

เรื่องวุ่นเริ่มขึ้นเพราะ คนแถวนี้เริ่มมองหาที่นั่งที่แท้จริงของตัวเอง เพราะฝรั่งที่นั่งที่ผม ก็โดนคนอื่นมานั่งแทนที่ เค้าเห็นตรงไหนว่างเค้าก็เลยนั่งไปก่อน สจ๊วด ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็เลยมาช่วยดู เพราะเห็นวุ่นวายๆ กันซักพัก ฝรั่งคนนั้นต้องได้นั่งติดหน้าต่าง ส่วนของผมจองเป็นทางเดินมา ฝรั่งจะขอเปลี่ยนกับผม แต่ผมไม่ให้เปลี่ยน เพราะผมต้องการนั่งติดทางเดิน เพราะขอที่นั่งติดทางเดินมาตั้งแต่ตอนเช็คอินแล้ว ฝรั่งก็ทำหน้าแบบ ไม่อยากนั่งติดหน้าต่าง เพราะมันเป็นที่นั่งในสุด อาจจะรู้สึกอึดอัดละมั้ง แต่ผมก็ไม่สนละ 555 ไฟล์ทกลางคืนสำหรับผมต้องนั่งติดทางเดินเท่านั้น เผื่ออยากไปเข้าห้องน้ำ จะได้ไปง่ายๆ

page12

และหลังจากการนั่งเครื่องกว่า 10 ชั่วโมง + ต่อเครื่องอีก 2 ชั่วโมง ก็กลับถึงไทยลงเครื่องก็ประมาณ 5 ทุ่มหน่อยๆ แล้วครับ และแวะเอา Pocket Wifi ไปคืนก่อนครับ ไปทันเวลาพอดีเลย เพราะเค้าปิดเที่ยงคืน คืนได้สะดวกนะครับ เพราะเคาน์เตอร์อยูู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเลย ตรงชั้น Airport Link

จบทริป เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยครับ


สรุปค่าใช้จ่าย

ทริปออสเตรเลีย 10 วันครับ ไปเมืองเมลเบิร์น และ ซิดนีย์ รวมทั้งหมดแล้ว หมดไป 43,194 บาท ครับ สำหรับ 10 วันถือว่าไม่เยอะเลยนะครับ บินและพัก แบบประหยัด ส่วนกินเที่ยวผมเต็มที่ครับ การกินการเที่ยวของแต่ละคนอาจจะต่างกันนะครับ บางคนไปอาจจะหมดน้อยหรือมากกว่านี้ก็ได้ เอาตามที่สะดวกกันได้เลย

ผมไปเที่ยว จริงๆ แล้วผมไม่เคยตั้ง งบ ไว้หรอกครับ ว่า ทริปนี้จะใช้เงินไม่เกินเท่าไร เพราะปกติ ผมเน้นเที่ยวแบบประหยัดอยู่แล้ว แต่ต้องไหนถ้าต้องจ่ายเพื่อให้ตัวเองไม่ลำบาก ผมก็จ่ายนะ ไม่ใช่ประหยัดจนตัวเองลำบาง เอาแต่พอดีๆ เท่าที่ตัวเองไหวละกันนะครับ

sum