melbourne-2

รีวิวลุยเดี่ยว ตะลอนเที่ยว ออสเตรเลีย 10 วัน ตอนแรก ณ เมืองเมลเบิร์น

           ฤกษ์งามยามดีวันนี้จะมารีวิวทริป แบ็คแพ็คลุยเดี่ยวเที่ยว ออสเตรเลีย 10 วัน เดินทางช่วง 21 พ.ย. – 1 ธ.ค. 2559 เป็นการไปออสเตรเลียครั้งแรกของผมเลย ทริปนี้ไปคนเดียว แต่ไม่เหมือนไปคนเดียวเลยเพราะมีคนมาเที่ยวเป็นเพื่อนอยู่หลายวัน ไปมา 2 เมืองครับ เมลเบิร์น และ ซิดนีย์ เป็นการเที่ยวแบบไม่มีแผน อยากไปไหนก็ไป ชิลล์ๆ ไม่เร่งรีบ ทริปนี้กะไปแบบพักผ่อน

           แต่เดี๋ยวจะขอแบ่งรีวิวทริปออกเป็น 2 ตอนนะครับ ตอนแรก นี้ จะเล่าการเตรียมตัว การเริ่มต้นการเดินทาง และพาเที่ยวที่เมือง เมลเบิร์น ส่วนตอนสอง ก็จะเป็นรีวิวพาเที่ยวที่เมืองซิดนีย์ พร้อมกับสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดของทริปให้ได้ดูกันนะครับ จะบอกว่าทริปนี้หมดไม่เยอะเลย ฮ่าๆ

           ทริปนี้ได้ตั๋วโปร ของสายการบินมาเลเชียแอร์ไลน์ ที่พักก็ไปนอนห้องนอนรวมแบบประหยัด แต่เน้นกินเที่ยว เต็มที่ เช่ารถขับบ้างบางวัน ก่อนไปก็ไปขอใบขับขี่สากลเรียบร้อย ตอนยื่นขอวีซ่าก็ได้วีซ่ามาแบบ มัลติ 1 ปีกันเลยทีเดียว เดี๋ยวลงรายละเอียดแต่ละเรื่องให้ด้านล่างนะครับ ปะไปกันเลยครับ

 

การจองตั๋วเครื่องบิน จุดเริ่มต้นของทริป

           ต้องบอกว่า มันเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ 555 เห็นเพจ เพื่อนบอกโปร โพส์ตแจ้งโปร ของสายการบินมาเลเชียแอร์ไลน์ ราคามาสวยงามหลายเส้นทาง ใครบอกไม่กล้าบินกับสายการบินนี้ แต่สำหรับผมไม่กลัวครับ ขอให้มีโปรมาถูกๆ เถอะ ผมจัดตลอด รอบนี้ก็เป็นรอบที่ 3 แล้วที่ผมบินกับ มาเลเชียแอร์ไลน์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นข่าว

           ผมจองตั๋วช่วงสิงหาคม 2559 ขาไปจองไปลงที่ เมือง เมลเบิร์น และบินกลับจาก ซิดนีย์ ครับ ได้ราคาไปกลับรวมทุกอย่างแล้วมาในราคา 14,575 บาท แวะต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ราคานี้สำหรับผมคุ้มมาก เพราะ ได้ น้ำหนักกระเป๋าโหลด 30 กิโล และเป็นบริการแบบ Full service รวมเครื่องดื่ม อาหารเลือกที่นั่งอะไรเรียบร้อย บินไกลๆ แบบนี้ขอเป็น Full service เท่านั้น ผมจองผ่าน expedia ครับ

Flight-MH

           สำหรับใครที่จะไปเที่ยวทาง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ถ้าไม่บินตรงของการบินไทย ผมว่า มาเลเชียแอร์ไลน์ น่าสนใจมากครับ เพราะออกโปร เส้นทางพวกนี้บ่อยมาก แต่ต้องจองช่วงโปรนะครับ ถึงจะถูก

จบไปเรื่องการจองตั๋ว จองทิ้งไว้ ลืมๆ มันไปก่อนครับ 555

การทำวีซ่า Click

การทำใบขับขี่สากล Click

การจองที่พัก

           ผมมาจองที่พัก 7 วันก่อนเดือนทางครับ 555 เพราะว่าพึ่งจะตัดสินใจว่าจะไป จริงๆ ตอนแรกกะจะเลื่อนตั๋วไปปีหน้า แต่ตั๋วดันเลื่อนเดินทางได้ภายในปีนี้เท่านั้น จะเลื่อนทำไมละเนี่ย ถ้าภายในปีนี้ ไปก็ไป

ที่พักทริปนี้ เลือกนอนแบบห้องรวม เน้นประหยัดค่าที่พัก แต่กินเที่ยวเต็มที่ครับ

           ทริปนี้จองผ่าน Booking.com แบบยกเลิกได้ฟรีครับ นอนที่เมลเบิร์น 4 คืน Europa Melbourne และที่ ซิดนีย์ อีก 5 คืน Bounce Sydney ทั้ง 2 ที่พัก ถือว่าโอเคมากๆ เลยครับ ค่อนข้างชอบ เดี๋ยวพูดถึงเพิ่มในรีวิว แล้วกันนะครับ

Hostel

เกริ่นมาซะเยอะ ไปเริ่มต้นการเดินทางกันเลยครับ

21 พ.ย. 2559

           มาขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิกันเลย วันนี้ผมมีบินไฟล์ทเวลา 17.05 น. ครับ มาถึงสนามบิน 3 ชั่วโมงนิดๆ ก่อนการเดินทาง เดินขึ้นมาดูที่เคาน์เตอร์สายการบินเจอว่า ยังไม่เปิด จึงลงไปแลกเงิน และไปรับ Pocket Wifi ที่ชั้นล่างสนามบินตรง Airport Link

20161121_144730

           ทริปนี้ไป 10 วันเลือกใช้ Pocket Wi-fi ของ TRIPIZEE ครับ ราคาไม่แพง และชอบตรงแบตอยู่ได้นานทั้งวันครับ มีให้เช่า Pocket Wi-fi สำหรบเดินทางไปทั่วโลกเลยนะครับ ยังไงลองไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บนะครับ Click

page01

           จากนั้นก็ขึ้นมาเช็คอิน มาเลเชียแอร์ไลน์จะเช็คอินที่แถว G นะครับ รอบนี้ผมลืมทำเว็บเช็คอินมา ก็เลยได้มาต่อแถวเช็คอินอยู่นานประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ขอที่นั่งติดทางเดิน เดินทางไฟล์ทกลางคืนจะได้ลุกออกไปเข้าห้องน้ำง่ายๆ ได้มาแล้ว Boarding pass ได้มา 2 ใบเลยนะครับ จากไทย-มาเล และจาก มาเล – เมลเบิร์น จากนั้นไม่รู้จะไปไหนเลยไปนั่งรอแถวทางเข้าเกท ครับ ตอนนั้นเกทยังไม่เปิดเลย

page02

page03

           ได้เวลาขึ้นเครื่อง ไฟล์ท MH783 ใช้เครื่อง Boeing 737-800 ที่นั่งแบบ 3 3 ครับ เนื่องจากไฟล์ทนี้คนเต็มเลย ผมเข้าไป ได้นั่งโซนหน้าๆ ที่วางกระเป๋าเหนือศรีษะนี่เต็มหมดเลยครับ เดินหาช่วงวางกระเป๋าได้โซลกลางๆ ลำ ห่างจากที่ผมนั่งหลายแถว แอบเป็นห่วงกระเป๋าเล็กน้อย ขนาดมีที่ล๊อคกระเป๋าอยู่นะครับ 555 ด้านบนคืออาหารบนเครื่องครับ กล่องเล็กๆ ไม่อิ่มหรอกครับ 555 เสริฟกันแบบทำเวลามาก เพราะบินไม่นาน

page04

           ถึงแล้วครับ สนามบินกัวลาลัมเปอร์ อาคาร M ผมต้องขึ้นที่เกท C ต้องนั่งรถไฟเชื่อมระหว่างอาคารไปครับ พอไปถึงหน้าเกทเค้าก็เริ่มทยอยขึ้นเครื่องกันแล้วครับ แต่ผมขอเชื่อมต่อ Wifi free ของสนามบิน อัพเดทซะหน่อยว่าถึงไหนแล้ว แล้วค่อยเดินเข้าเกท ก่อนเข้าจะมีจุดตรวจความปลอดภัยอีกรอบนะครับ ส่วน Borading pass ใช้ใบจากที่ได้จากไทยได้เลยครับ

           เดินขึ้นมาบนเครื่องแล้วเห็นที่นั่งตัวเองคือดีงามมากครับ ได้นั่งแถวหน้าตรงกลาง เส้นทางจาก มาเล – เมลเบิร์น ไฟล์ท MH149 ใช้เครื่อง Airbus A330-300 ที่นั่งจะเป็น 2-4-2 ผมได้นั่ง แถวหน้า คนเดียว 4 เบาะเลยครับ รู้สึกขอบคุณ จนท เช็คอินที่ไทยมากๆ เลือกที่นั่งให้ดีจริงๆ ใช้เวลาบินประมาณ 8 ชั่วโมงครับ

page06

พอเครื่องขึ้นได้ระดับ จนท แจงใบ ตมให้กรอกกันก่อนเลยครับ หน้าตาเป็นแบบนี้

           จากนั้นก็เสิร์ฟอาหาร รูปตามด้านบน ไฟล์ทนี้อาหารจัดเต็มครับ เพราะบินยาว มื้อนี้อร่อยอีกแล้วครับ กินเสร็จก็ดูหนังยาวไป จริงๆ ควรจะนอนนะ แต่ผมถ้าขึ้นเครื่องจะนอนไม่ค่อยหลับครับ ดูหนังจบไป 3 เรื่อง หนังมีให้เลือกดูเยอะมากเลยครับ แฮรี่ นี่มีให้ดูทุกภาคครับ ฮ่าๆ

page05

           ประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องลงแอร์เริ่มเปิดไฟบนเครื่อง และเดินเสิร์ฟ ของกินอีกรอบ เป็นรู้สึกจะเป็นพายไก่ กับเห็ด แต่ผมเลือกเห็ดครับ กินเสร็จก็ได้เวลาเครื่องลง เตรียมตัวเก็บกระเป๋าลง 555

           ผ่าน ตม. ก่อนเลยลำดับแรก เป็น ตม. ที่ยิ้มแย้มมาก ผมยื่นพาสปอร์ต กับใบวีว่า พี่แกเอาแค่พาสปอร์ต ใบวีซ่าไม่เอา น่าจะมีข้อมูลในระบบอยู่แล้ว แล้วก็ประทับตราปั้มให้แบบง่ายๆ เลย ไม่ถามอะไรเลย คุณได้ไปต่อ

           ทีนี้มาเจอกับด่านศุลกากร เป็นอีก 1 ประเทศที่ตรวจเข้มมากกก เพราะออสเตรเลียเค้าจะห้ามนำพวกพืชผลทางการเกษตร พวกเนื้อสัตว์ อะไรพวกนี้เข้าประเทศ ระหว่างผมลากกระเป๋ามาจะมี จนท เดินถามว่า ในกระเป๋ามีของกิน มีเนื้อสัตว์ไหม ก็เลยบอกมี Cup Noodles คือผมพกมาม่า มา 555 แต่เนื้อสัตว์ไม่มี ก็เลยบอกไป จากนั้น จนท ก็ติ๊ก OK และก็ไปเดินผ่านช่องตรวจ มองไปมีทั้งคนโดนเปิดกระเป๋า และคนที่กำลังโดนหมาดม อยู่

           ผมโดนหมา ดมครับ 555 ดมทั้งกระเป๋าลาก และจะดมเป้ด้วย ผมก็เลยย่อลงให้มันดมเป้ แต่ก็ไม่เจออะไร ผ่านครับ ไม่เจอค้นกระเป๋า

 

ยินดีต้อนรับสู่ เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้เรามาถึงแล้ว เดินพูดกับตัวเองไปคนเดียว 555 เดี๋ยวเดินทางเข้าเมืองกันครับ

 

page07

           ผมเลือกเดินทางเข้าเมืองโดย Skybus โดยที่ขึ้นได้ที่ หน้าอาคาร 1 หรือ 3 แล้วก็อาคารบินในประเทศครับ ส่วนใหญ่ไฟล์ทจากไทยจะไปลง ที่ อาคาร 2 เราต้องเดินมาอาคารที่มี Skybus มีป้ายบอกชัดเจนหาง่ายๆ

page08

           เดินไปซื้อตั๋วกันเลยครับ ตั๋วเที่ยวเดียว 19 AUD ไปกลับ 38 AUD  แป่ว ซื้อไปกลับนึกว่าจะลด 555 สรุปก็ซื้อไปกลับไว้เลยครับ โดย Skybus จะไปจอดที่สถานีรถไฟ Southern Cross ใช้เวลาจากสนามบินประมาณ 30-40 นาที บนรถมี Free wifi ให้ใช้ด้วยครับ แต่ผมพก Pocket wifi ของตัวเองมาอยู่ละ เลยไม่ได้ลองใช้ Free wifi ของ Sky bus

           เดินทางมาถึงสถานี Southern Cross เป็นสถานีใหญ่ครับรวมหลายๆ การเดินทางไว้ที่นี่ มาถึงก็จัดแจงซื้อบัตร บัตร Myki ก่อน บัตร Myki ก็คือบัตรเติมเงินที่เอาไว้ใช้ขึ้นขนส่งสาธารณะในเมลเบิร์นและในรัฐ Victoria หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป หรือที่สถานีรถไฟครับ ราคาบัตรจะอยู่ที่ 10 AUD ครับ แล้วก็เติมเงินเพิ่มเอา แบบรายเดือนราย 7 วันก็มีลองหาข้อมูลเพิ่มเอานะครับ ส่วนผมใช้แบบเติมเงินปกติครับ แตะบัตรเป็นรอบๆเอา

 

การเดินทางใน เมลเบิร์น

หลักๆ ก็จะใช้รถราง และรถไฟ ครับ Tram & Train

           โดยในเมืองจะมีโซน Free Tram ครับ สามารถขึ้นรถรางได้ฟรีทุกสายเลยในเขต โซนสีเขียว ไม่ต้องแตะบัตรหรือซื้อตั๋ว แต่ถ้าจะนั่งออกนอกโซน ก่อนออกประมาณ 2 สถานีจะมีประกาศบอกครับ ว่าให้แตะบัตร Myki ซะนะ

Mel_Freetram

           อยู่ เมลเบิร์น ไม่ค่อยหนักเรื่องค่าเดินทางครับ เพราะที่เที่ยวส่วนใหญ่ในเมืองจะอยู่โซนที่ขึ้นรถรางฟรีได้ หรืออกนอกโซนไปไม่ไกล ก็เสียไม่กี่บาทครับ

page16

 

City Circle Tram (สาย 35)

City Circle Tram จะเป็นรถรางที่วิ่งเป็นวงกลม สายนี้วิ่งเฉพาะในโซนฟรีสีเขียว ไม่ออกนอกโซน ใครมีเวลาก็นั่งเล่นๆ ชมรอบเมืองไปก่อนครับ ดูก่อนว่าตรงไหนน่าเที่ยว ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีครับ

IMG_8082-Large

มาเริ่มเที่ยวในเมือง เมลเบิร์นกัน ดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วการเดินทาง ผมจะเน้นเดินเที่ยวครับ แล้วก็ขึ้นรถรางฟรีในบางช่วง ปกติก็จะเดินตามถนนเส้นหลักอย่าง Swanston St จาก Central Station ไปจนถึง Flinders Street Railway Station  ถนน Swanston St จะพาไปยังที่เที่ยวหลายที่เลยครับ เที่ยววันเดียวอาจจะเก็บที่เที่ยวในเมืองได้หมดเลยละครับ ฮ่าๆ

 

State Library of Victoria

       การเดินทาง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Melbourne Central Station  หรือจะนั่งรถราง สาย 1 3/3a 5 6 8 16 64 67 72 ถ้าใครนั่ง City Circle Tram (สาย 35) มาลงที่ ป้าย La Trobe St/Swanston St ครับ

ถือเป็นอีกหนึงแลนด์มาร์ค ของเมืองเมลเบิร์นเลยก็ว่าได้ครับ แค่ผมเห็นรูปบันใดด้านหน้าผมก็รู้เลยว่าเป็นที่นี่

IMG_8076-Large

IMG_8077-Large

       วันไหนที่แดดออก อากาศดีๆ ก็จะเห็นคนมานั่งด้านหน้ากันเยอะเลย ทั้งกลางวันและกลางคืน พอมาอยู่นี่รู้เลยว่าทำไมฝรั่งเค้าถึงชอบนั่งการแดด กัน เพราะว่าอากาศหนาวๆ มานั่งตากแดด แล้วมันอุ่นครับ ชิลล์ๆ ดีด้วย ผมก็เลยมานั่งเล่นด้วยซะเลย ฮ่าๆ

20161124_134735-Large

       เข้าไปด้านในได้ฟรีนะครับ เดินเข้าไปถ่ายรูป จุดไฮไลท์ของที่นี่ครับ ประมาณชั้น 6 มั้งครับ ถ้าจำไม่ผิด แต่เข้าไปที่นี่ต้องเงียบนิดหนึงนะครับ เพราะที่นี่คือห้องสมุดเนาะ

20161122_091855-Large

 

Flinders Street Railway Station

การเดินทาง นั่ง รถไฟหรือรถรางก็ได้ครับไปลงที่ Flinders Street Railway Station

เป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์ค ของเมืองเมลเบิร์น เป็นสถานีรถไฟใหญ่เลยทีเดียวครับ

IMG_8146-Large

       บรรยากาศ หน้าสถานี ช่วงเย็นคนจะเยอะมากครับ สัญญานไฟข้ามถนนที่นี่จะแปลๆ นิดหนึงนะครับ เขียวแป๊ปเดียว แล้วก็จะเป็นแดงกระพริบ ตอนแรกผมก็ตกใจนะ ยังเดินไม่ถึงเลย มันแดงละ แต่คนก็ยังเดินกันอยู่ ก็เลยได้ความว่า แดงกระพริบ เหมือนรอเครียคนที่กำลังเดินให้ข้ามให้หมดก่อน พอเป็นแดงแบบไม่กระพริบ ถึงห้ามเดินครับ

IMG_8155-Large

       หอนาฬิกา ที่อยู่ตรงสถานี เวลาจะนัดเพื่อน ถ้ากลัวหากันไม่เจอ ก็มานัดกันเจอตรงหอนาฬิกา ก็ได้นะครับ ฮ่าๆ

IMG_8172-Large

       ฝั่งตรงข้ามของสถานีก็จะเป็น MELBOURNE VISITOR CENTRE ลานตรงนี้คนอบมานั่งตากแดด กันนะครับ บางทีก็จะมีคนมาแสดงเปิดหมวกนั่นนี่

IMG_8122-Large

มหาวิหารเซนต์พอล

การเดินทาง นั่ง รถไฟหรือรถรางก็ได้ครับไปลงที่ Flinders Street Railway Station ออกมาก็เจอเลยครับ

สถานที่ท่องเที่ยวจะอยู่ใกล้ๆ กันนี้หลายที่เลยนะครับ เดินเที่ยวได้เลย ตรงนี้ผมถ่ายแค่รูปอยู่ด้านนอกครับ ไม่ได้เข้าไปข้างใน

20161122_094516-Large

Graffiti lane ศิลปะบนกำแพง

        การเดินทาง นั่ง รถไฟหรือรถรางก็ได้ครับไปลงที่ Flinders Street Railway Station จากนั้นเดินไปทางโบสถ์เซนต์พอล ซึ่งจะอยู่ถัดจากไปโบสถ์เซนต์พอล 1 บล็อกครับ ตรงชื่อซอย Hosier Ln

มาถึงตรงนี้เจอคนถือกล้องมาถายรูปกันเยอะครับ น่าจะเหมาะกับการถ่ายรูปแนวๆ

page15

GREAT OCEAN ROAD 

ต้องแยกเป็น อีกรีวิวเลยนะครับ เพราะค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะ คลิกดูตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ Click

page10-1

Shrine of Remembrance อนุสรณ์ทหารผ่านศึก

การเดินทาง นั่งรถราง 3/3a 6 8 16 64 67 72 จาก Flinders Street Station – Stop 13 ไปลง ที่ Shrine of Remembrance – Stop 19 แล้วก็จะเจอเลยครับ เดินไปอีกนิด

วันที่มาวันนี้ แดดเปรี้ยงมากครับ แต่อากาศเย็นนะ เดินจากจุดที่ลงรถราง เดินมาเรื่อยๆ ได้บรรยากาศดีครับ ขึ้นมาเดินรอบๆ อนุสรณ์ มองย้อนกลับไปจะเห็นวิวเมืองเมลเบิร์น สวยไปอีกแบบครับ น่ามานะครับตรงนี้ ออกมาจากในตัวเมืองแป๊ปเดียว

page13

Royal Exhibition Building

การเดินทาง นั่งรถราง สาย 12 30 35 109 ไปลงที่ Victoria Street – Stop 9 แล้วก็เดินเข้าสวนไปได้เลยครับ ผ่านสวนไปก็จะเจอเลย

วันนี้ที่มาฟ้าครึ้มมากครับ อากาศที่เมลเบิร์นเปลี่ยนแปลงบ่อยมากๆ ตัวอาหารที่นี่ สวยและใหญ่โตทีเดียว สวนข้างหน้าก็สวยและร่มรื่นดีครับ เห็นมีคนมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกันด้วย เดินไปเรื่อยๆ รอบๆ อาคารครับ เน้นชมภายนอก ฮ่าๆ

Royal01

IMG_8102-Large

Melbourne Museum
จะอยู่ด้านหลังของ Royal Exhibition Building ผมไม่ได้เข้าไปข้างในนะครับ วันนี้เจอกลุ่มนักเรียนมาทัศนศึกษากันเยอะเลย เดินดูบรรยากาศรอบนอกเช่นเคยครับ

Royal02

Queen Victoria Market

การเดินทาง นั่ง รถราง สาย 55 ไปลงที่ ป้าย Queen Victoria Market/Peel St (แต่ผมเดินไปครับใกล้ๆ กับที่พักครับ)

ที่นี่จะคล้ายๆ ตลาดสดบ้านเรานะครับ ตลาดใหญ่ของเยอะดีครับ ถ้าได้มาอยู่ที่นี่หลายวัน จะต้องมีการช๊อปของไปทำกับข้าวกินแน่ๆ

V01

จะมีรถขายโดนัท ชื่อดังจอดขายอยู่ที่ตลาดนี้ด้วยนะครับ แถวยาวเลย น้องที่มาด้วยบอก ปกติแถวจะยาวกว่านี้อีก ชิมดูก็อร่อยดีครับ ราคา ชิ้นละ 2 3 ดอล นี่แหละครับ ถ้าจำไม่ผิด

V02

DFO Outlet

        การเดินทาง ผมนั่ง City Circle Tram ไปลงที่ ป้าย Spencer Street จากนั้นก็หันซ้ายเดินข้ามสะพานไปครับ ข้ามสะพามแล้วจะเจอ Crown Casino อยู่ซ้ายมือ แต่ DFO จะเดินไปทางขวามือครับ เดินเรียบแม่น้ำ Yarra ไปเรื่อยๆ ก็จะเจอครับ มีป้ายบอกครับ หรือไม่ก็เดินตามคนไปได้เลย คนเดินเยอะครับ

มานี่ก็ต้องมาช๊อปละนะครับ ผมว่าของถูกอยู่นะจากที่เดินดูหลายๆ ร้าน เจอเสื้อผ้าถูกใจเยอะ แต่ดันมีแต่ไซต์ใหญ่ๆ ซะงั้น แต่ก็ได้ของติดไม้ติดมือกลับ อุตส่าห์ว่าจะไม่ช๊อปแล้วน้า

DFO-1

Brighton beach หาดที่มีบ้านไม้สีสวยสดใสเรียงเป็นแนวยาว

      การเดินทาง นั่งรถไฟจาก Flinders Street Railway Station ไปลงที่ สถานี Brighton Beach Station (ก่อนถึงจะมีสถานี North Brighton และ Middle Brighton ยังไม่ใช่นะครับ)แล้วก็เดินขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟมาอีกฝั่ง แล้วก็เดินตรงไปที่ชายหาดครับ พอถึงชายหาดให้มองไปทางขวามือ ก็จะเห็นบ้านเป็นสีๆ เรียงตัวกันอยู่ครับ มาลงตรงนี้อาจจะเดินไกลนิดหน่อย แต่ไม่หลงแน่นอนครับ

เสียดาย วันนี้ฟ้าครึ้มอีกแล้วครับ ถ้าฟ้าใส คงจะถ่ายรูปสวยครับ เพราะบ้านสีสันสดใสเลยทีเดียว วันนี้คนก็เยอะครับ มีนักเรียนมาทำกิจกรรมกับโรงเรียนเยอะเลย แต่ตรงนี้อากาศหนาวมากๆ ทั้งลม และฝนจะตก

page14

ขากลับผมเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานี Middle Brighton มันใกล้กว่าครับ อันนี้ผมเปิด GPS เอาเลย เพราะถ้าไม่เปิดนี่หลงแน่ๆ ครับ ฮ่าๆ เพราะเดินผ่านบ้านคน แล้วก็เลี้ยวหลายรอบอยู่ครับ

 

Parliament House

การเดินทาง นั่งรถราง City Circle Tram (สาย 35) มาลงที่ป้าย Bourke Street

IMG_8121 IMG_8114-Large

 

หลากหลายมุมในเมลเบิร์น

นาฬกา กลางสถานี Central Station ที่จะมีเสียงและการแสดงของหุ่นต่างๆ ดึงความสนใจจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้ไม่ใช่น้อย

IMG_8080-Large

รถม้า พาชมเมืองเมลเบิร์น ที่สามารถพบเห็นได้ตามถนนเส้นหลัก

IMG_8112-Large

ซอยแห่งร้านกาแฟ มีแต่ร้านกาแฟทั้งซอยเลยครับ ใครจะมาชิมกาแฟ มาซอยนี้ได้ อยู่แถว Flinders Street Railway Station

IMG_8171-Large

แสงไฟเมืองเมลเบิร์น ยามค่ำคืน

IMG_8195-Large

Town Hall ยามค่ำคืน มีการประดับและฉายไฟ พร้อมรับกับเทศกาลคริสต์มาส

IMG_8199-Large

สะพานข้ามแม่น้ำ Yarra River

IMG_8140-Large-1

สะพานแถว DFO Outlet

IMG_8206-Large

 

ที่พักในเมลเบิร์น

ผมพักที่ Europa Melbourne Hostel ครับ 4 คืน เป็นห้อง 12 คน แบบนอนรวม ชาย-หญิง ห้องน้ำรวมด้านนอก จ่ายไป 110 AUD วันเข้าพักจะมีจ่ายมัดจำค่า Key Card อีก ประมาณ 25 AUD แต่ตอนเราเช็คเอาท์เค้าก็คืนให้ครับ

มีห้องครัวทำกับข้าว มีอาหารเช้าให้ครับ นมกับซีเรียล ธรรมดา ฟรีวายฟาย แต่บางห้องอาจจะสัญญาณอ่อน ส่วนห้องน้ำมีประมาณ 15 ห้องครับ ผมค่อนข้างชอบห้องน้ำที่นี่นะครับ อาบน้ำสะใจดี และมีห้องน้ำเยอะด้วย

ที่นี่มีห้องหลายแบบอยู่นะครับ 2 4 6 8 10 12 16 คน ถ้ามานอนโอสเทล แบบนี้ผมจะเน้นนอนห้องรวมหลายๆ คนครับ เพราะคิดว่า หลายคนจะได้มีคนเข้าออกห้องตลอด

ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาให้ดูเลยครับ เพราะเจอจังหวะที่คนเยอะตลอดเลย เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของที่พักนะครับ Click

20161125_193638-Large-e1482594718694

ตอนที่ตัดสินใจจองที่นี่ เพราะว่าดูในรูปมันจะมีม่านปิดแต่ละเตียงให้ครับ แต่พอมาถึงดันไม่มี มีล๊อกเกอร์ให้ ต้องเตรียมแม่กุญแจมาล๊อคเองนะครับ ถ้าจะมานอนโอสเทล สิ่งที่ต้องพกอย่างหนึงเลย คือแม่กุญแจ และสายล๊อคกระเป๋าครับ

และที่ต้องเตรียมอีกอย่างเลย คือถุงอุปกรณ์อาบน้ำ และจัดเตรียมชุดสำหรับจะใส่ไว้ล่วงหน้าเลยครับ ผมจะวางไว้บนเตียงไว้เลย เพราะบางทีกลับมาจากเที่ยวเข้าห้อง เค้าปิดไฟนอนกันหมดแล้ว เรามาถึงห้องก็หยิบของที่เตรียมไว้ออกไปอาบน้ำและกลับมานอนได้เลย สะดวกครับ เพราะถ้าไม่เตรียมไว้ก่อนจะค่อนข้างลำบากในการหาของ และจะเป็นการรบกวนคนอื่นด้วยครับ

20161125_205129-Large-e1482594798635

โชคดีมากเลยครับ นอนหลับได้สบายทั้ง 4 คืน เจอเพื่อนร่วมห้องดีครับ ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีใครรบกวนกัน และที่สำคัญ ไม่เจอคนนอนกรนครับ 555 โดยรวมที่นี่ก็ถือว่าโอเคครับ ที่ตั้งสะดวก ที่นอน นอนสบาย ห้องน้ำเยอะ แต่บางอย่างยังจัดกางการได้ไม่ค่อยดีเท่าไร อาจจะเป็นเพราะพึ่งเปิดได้ไม่นาน อาหารเช้ามีเหมือนไม่มี 555 ผมนี่ไม่กินเลย ก็เป็นอีก 1 ตัวเลือกแล้วกันนะครับ

 

อาหารในเมลเบิร์น

เป็นเมืองที่อาหารถูกปากมากครับ อยากกินอาหารเอเชียประเทศไหนมีหมด ครับ บางทีก็หลงนึกว่าเดินอยู่ในเอเชีย ไม่เหมือนกับอยู่เมืองฝรั่งเลย หาของกินง่ายครับ ที่นี่ หลายร้าน ตามถนนเส้นหลักนี่เปิดกัน 24 ชั่วโมงเลยก็มี

ส่วนใหญ่ผมก็จะเลือกกินแบบเป็นอาหารจานเดียว ตามร้านทั่วๆ ไปครับ ราคาจะอยู่ที่ 10-15 AUD วันหนึงซื้อกินอย่างมาก 2 มื้อครับ เพราะตอนเช้าก็กินอาหารที่พกมาจากเมืองไทยครับ มาอยู่นี่ไปเจอร้านอาหารไทยชื่อร้านระตี อยู่แถว Flinders Street Railway Station ถึงขนาดนั่งรถไฟไปกินโดยเฉพาะเลยครับ อร่อยดีครับ

page20

จบแล้วกับการพาเที่ยวเมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ครับ เตรียมเดินทางต่อไปเมืองซิดนีย์ คร๊าบ